วางแผนการลงทุน
สรุปประเด็นสัมมนากองทุนหุ้นจีน A-Share: The New China A-Shares Opportunity: Unlocking Growth, Capturing Quality

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) ร่วมกับ Goldman Sachs Asset Management จัดสัมมนาภายใต้หัวข้อ "The New China A-Shares Opportunity: Unlocking Growth, Capturing Quality" เนื่องในโอกาสที่กองทุน KF-ACHINA เปลี่ยนกองทุนหลักเป็น Goldman Sachs China A-Share Equity Portfolio ซึ่งบริหารโดย Goldman Sachs Asset Management โดยกองทุนหลักใหม่ใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก (Active Management) โดยคัดเลือกหลักทรัพย์จากการวิเคราะห์รายบริษัท (Bottom-up) เพื่อเฟ้นหาบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโต พร้อมสอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจจีนยุคใหม่ (New Economy) ภายในงาน ผู้เชี่ยวชาญจาก Goldman Sachs Asset Management และ บลจ.กรุงศรี ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ภาพรวมการลงทุน สถานการณ์ตลาดในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ตลอดจนกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลักที่มุ่งสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาวควบคู่ไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจจีนยุคใหม่
มุมมองจาก บลจ.กรุงศรี
- การฟื้นตัวของตลาดหุ้นจีน A-Shares ในปัจจุบันเป็นการปรับตัวขึ้นที่นำโดยบางกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector-driven) มากกว่าจะเป็นการฟื้นตัวในวงกว้าง การปรับตัวของดัชนี CSI 300 ได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่มโทรคมนาคมและเทคโนโลยี ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกและการเติบโตของกระแส AI โดยหุ้นในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI (AI Infrastructure) อาทิ ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล (Data Center) และบริษัทออกแบบชิป เป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนการปรับตัวขึ้นของตลาด ขณะที่หุ้น H-Shares ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เช่น Alibaba และ Tencent ยังคงให้ผลตอบแทนตามหลัง เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนทยอยไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ บลจ.กรุงศรี เห็นว่า กองทุนหลักเดิมมีลักษณะการลงทุนที่ค่อนข้างเน้นการลงทุนเชิงรับ (Defensive) ซึ่งอาจทำให้พลาดโอกาสจากการเติบโตของตลาด ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนของ Goldman Sachs มีความยืดหยุ่นมากกว่า โดยสามารถปรับสมดุลการลงทุนระหว่างหุ้นวัฏจักร (Cyclical Stocks) และหุ้นเชิงรับ (Defensive Stocks) ได้อย่างเหมาะสม จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาวประมาณ 3-5 ปี


- ปัจจุบันมี 3 ปัจจัยสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนตลาดหุ้น A-Shares ได้แก่

2) ดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index: PPI) ของจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาแตะระดับ 4.1% สะท้อนถึงอำนาจการกำหนดราคาที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่ UBS คาดการณ์ว่าการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาด A-Shares จะเพิ่มขึ้นเป็น 11% ในปี 2026 จาก 3.9% ในปี 2025
3) สภาพคล่องในตลาดยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปี 2025 แม้ว่าตลาดจะปรับตัวขึ้นมาแล้ว แต่หุ้น A-Shares ยังมีมูลค่าซื้อขาย (Valuation) ต่ำกว่าหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำในตลาดตะวันตก จึงยังเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับการเข้าลงทุน

มุมมองจาก Golman Sachs Asset Management
- เศรษฐกิจจีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี หลังจากที่จีนลงทุนพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ปัจจุบันจีนผลิตผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมกว่า 80,000 คนต่อปี ซึ่งมากกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 2 เท่า นอกจากนี้ ยังมีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทด้านวิศวกรรมรวมกันมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ปัจจุบัน จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในหลายอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีและอุปกรณ์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robotics) และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Batteries) ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการจีนก็สามารถยกระดับจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) ไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างแบรนด์ของตนเอง เพื่อขยายการเติบโตในตลาดโลก ในขณะเดียวกัน อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ภาครัฐยังส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนยกระดับการกำกับดูแลกิจการและการดูแลผู้ถือหุ้น โดยสนับสนุนให้มีการจ่ายเงินปันผลในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งนับเป็นพัฒนาการสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพของตลาดหุ้น A-Shares และสร้างความน่าสนใจให้กับผู้ลงทุนในระยะยาว (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2026)
- ปัจจุบัน กองทุน Goldman Sachs China A-Share Equity Portfolio ให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าดัชนีอ้างอิง (Overweight) ในกลุ่มอุตสาหกรรม New China ซึ่งมุ่งเน้นการลงทุนใน 3 ธีมหลัก ได้แก่
- AI Infrastructure and Hardware: ได้รับแรงสนับสนุนจากการที่ผู้ผลิตในจีนสามารถพัฒนา GPU ภายในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้า ตลอดจนมีโอกาสขยายการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ
- Humanoid Robotics: ปัจจุบันจีนเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ประมาณ 90% ของการผลิตทั่วโลก
- Globalized Healthcare: จีนกำลังเร่งขยายศักยภาพด้านการดูแลสุขภาพผ่านความร่วมมือกับบริษัทยาระดับโลก เพื่อพัฒนาและส่งออกนวัตกรรมด้านยา
- ในด้านการบริหารความเสี่ยง กองทุนมุ่งหลีกเลี่ยงการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อวัฏจักรเศรษฐกิจหรือพึ่งพานโยบายภาครัฐเป็นหลัก เช่น ภาคอสังหาริมทรัพย์ และมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่ได้รับแรงขับเคลื่อนจากปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศและนวัตกรรม นอกจากนี้ กลยุทธ์การลงทุนยังอาศัยเครือข่ายการวิเคราะห์การลงทุนระดับโลกของ Goldman Sachs โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน Fundamental Equity มากกว่า 100 คน ร่วมสนับสนุนการวิเคราะห์เชิงลึก ผสานกับกรอบการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุม เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงที่ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเฉพาะของหลักทรัพย์ (Non-stock Risks) ควบคู่กับการติดตามผลการดำเนินงานของพอร์ตการลงทุนอย่างใกล้ชิด
การเปลี่ยนกองทุนหลักในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ บลจ.กรุงศรี ว่า ตลาดหุ้นจีนได้ก้าวผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรเศรษฐกิจ และกำลังเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ที่แท้จริง (Real Demand) มากกว่าปัจจัยเชิงวัฏจักรในระยะสั้น

Panelists
- บลจ.กรุงศรี: คุณเกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน
- Goldman Sachs Asset Management: Portfolio Manager as Co-Head of China Equity
- กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าเอแชร์อิควิตี้-A (KF-ACHINA-A)
- กรุงศรีไชน่าเอแชร์อิควิตี้-ผู้ลงทุนสถาบัน (KF-ACHINA-I)
- กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าเอแชร์อิควิตี้ RMF (KF-ACHINARMF)
- กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าเอแชร์อิควิตี้ SSF (KF-ACHINASSF) (เปิดรับเฉพาะการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุนภายใต้กลุ่ม SSF เท่านั้น)

ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถลงทุนได้ผ่านทุกช่องทางของ บลจ.กรุงศรี ทั้งช่องทางออนไลน์ (@ccess Mobile และ @ccess Online) และผ่านสำนักงาน บลจ.กรุงศรี และสาขาธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยเริ่มต้นลงทุนเพียง 500 บาท
ข้อมูลกองทุนเพิ่มเติม คลิกที่นี่
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด โทร. 0-2657-5757 กด 2 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน
คำเตือน
- SSF เป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว และ RMF เป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
- เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากข้อมูลที่บริษัทเชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือ ณ วันที่ระบุ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่รับประกันความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความครบถ้วนของข้อมูล และขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
- กองทุนป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจส่งผลให้นักลงทุนได้กำไร หรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน และอาจได้รับเงินลงทุนคืนต่ำกว่ามูลค่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- หน่วยลงทุนของกองทุน KF-ACHINARMF และ KF-ACHINASSF ไม่สามารถจำหน่าย โอน จำนำ หรือใช้เป็นหลักประกันได้
- การซื้อหน่วยลงทุนผ่านบัตรเครดิตไม่เข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายของบัตรเครดิต
- ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนอย่างละเอียด ทั้งนี้ หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุนของกองทุน RMF อาจทำให้สูญเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษี และอาจต้องชำระคืนภาษีพร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด
ข้อมูล KF-ACHINA-A คลิก
ข้อมูล KF-ACHINA-I คลิก
ข้อมูล KF-ACHINARMF คลิก
ข้อมูล KF-ACHINASSF คลิก