จับทิศตลาดโลกไปต่อทางไหน? จับตา 4 ปัจจัยสำคัญ


สรุปการสัมภาษณ์
คุณพรชนก รัตนรุจิกร ผู้อำนวยการงานกลยุทธ์การลงทุน บลจ.กรุงศรี 

รายการ SET Mindset 24 กันยายน 2569



ตลาดหุ้นโลกไปต่อได้แค่ไหน?
จับตา Fed–น้ำมัน–Trump & Xi และ AI เมื่อ Earnings กลายเป็น Key Driver


ท่ามกลางตลาดการลงทุนที่ยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งจากทิศทางดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี นักลงทุนยังคงจับตาหลายปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางตลาดในช่วงที่เหลือของปี

บลจ.กรุงศรี มองว่าแม้ตลาดยังมีโอกาสเดินหน้าต่อจากภาพเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ยังแข็งแกร่ง แต่เส้นทางข้างหน้าอาจยังมีความผันผวนเป็นระยะ โดยมี 4 ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรติดตาม ได้แก่ ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ ผลการหารือระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงพัฒนาการของ AI และ Technology

Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด ตลาดจึงให้น้ำหนักกับ “Growth” มากขึ้น
  • การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในรอบล่าสุดไม่ได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์และสะท้อนโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงก่อนการประชุมอยู่แล้ว
  • ที่สำคัญ การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ทั้งการบริโภคภายในประเทศและการลงทุน ขณะเดียวกัน Fed ยังได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) อีกด้วย
  • ดังนั้น สิ่งที่ตลาดกำลังสะท้อนจึงไม่ใช่เพียงภาพของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังมีความแข็งแกร่งควบคู่กันไป ซึ่งแตกต่างจากกรณีที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางความกังวลว่าเศรษฐกิจอาจชะลอตัวเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะเดียวกันผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ยังมีความแข็งแกร่งก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยรองรับระดับดอกเบี้ยที่สูงขึ้นได้
น้ำมัน–เงินเฟ้อ ตัวแปรสำคัญต่อทิศทางดอกเบี้ย
  • อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือราคาน้ำมัน เนื่องจากราคาพลังงานมีผลโดยตรงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ และเงินเฟ้อก็เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของ Fed
  • แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลงจากระดับสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนหน้านี้ แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังไม่สามารถมองข้ามได้
  • การลดลงของราคาน้ำมันส่วนหนึ่งสะท้อนการลดลงของส่วนชดเชยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Premium) อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังไม่สามารถสรุปได้ว่าความเสี่ยงดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว ดังนั้น นักลงทุนยังควรติดตามปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้อาจมีผลต่อมุมมองของตลาดต่อทิศทางและจังหวะการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของ Fed
Trump–Xi: ตลาดจับตา “ความต่อเนื่อง” มากกว่า Big Deal
  • การพบกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump และประธานาธิบดีจีน Xi Jinping เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ
  • ประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตาไม่ได้มีเพียงเรื่องภาษีการค้า แต่ยังครอบคลุมถึงการต่ออายุข้อตกลงพักรบทางการค้า การซื้อสินค้าเกษตรและพลังงานจากสหรัฐฯ รวมถึงประเด็นด้านแร่ธาตุสำคัญ (Rare Earth) และข้อจำกัดเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง
  • นอกจากนี้ การแข่งขันด้าน AI และเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ โดยตลาดต้องการเห็นแนวทางการสื่อสารระหว่างสองประเทศหากเกิดวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับ AI รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวัน
  • อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้คาดหวังว่าจะเกิด “Big Deal” จากการพบกันครั้งนี้ แต่สิ่งที่ตลาดต้องการเห็นคือ การเจรจายังคงดำเนินต่อ การพักรบทางการค้ายังได้รับการต่ออายุ และไม่มีมาตรการจำกัดทางการค้าและเทคโนโลยีใหม่ที่สร้างแรงกดดันเพิ่มเติม
  • หากการเจรจายังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ก็อาจช่วยลดความไม่แน่นอนและความผันผวนของตลาดได้
AI เปลี่ยนจาก “ใครมีโมเดลใหญ่ที่สุด” สู่ “ใครสร้างรายได้จาก AI ได้จริง”
  • ขณะที่ตลาดยังจับตา AI อย่างต่อเนื่อง สัญญาณล่าสุดสะท้อนว่า ทิศทางการลงทุนในธีม AI กำลังเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเติบโตของ AI ไปสู่การค้นหาโอกาสจากการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าให้กับภาคธุรกิจ
  • จากเดิมที่ตลาดให้ความสนใจกับการพัฒนาโมเดลให้มีความสามารถมากขึ้น ปัจจุบันคำถามสำคัญกำลังเปลี่ยนเป็นว่า AI สามารถนำไปใช้งานจริงและสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด
  • การพัฒนาของ AI Agent เป็นตัวอย่างหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว โดย AI ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตอบคำถาม แต่สามารถทำงานแทนผู้ใช้งาน เช่น ส่งอีเมล ซื้อสินค้า จองการเดินทาง การทำงานข้ามแอปพลิเคชัน เป็นต้น
  • การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ตลาดเริ่มมองหา AI ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง ทั้งในด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงาน การเพิ่มประสิทธิภาพ และการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้กับองค์กรขณะเดียวกัน แม้จะมีการพูดถึง AI Safety และการกำกับดูแล รวมถึงข้อกังวลเรื่องผลตอบแทนจากเงินลงทุนจำนวนมหาศาล แต่การแข่งขันด้าน AI ระหว่างบริษัทเทคโนโลยียังมีแนวโน้มดำเนินต่อไป
  • ดังนั้น ประเด็นที่ตลาดน่าจะให้น้ำหนักมากขึ้นคือ ใครสามารถเปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ให้กลายเป็นการเติบโตของธุรกิจได้จริง
ตลาดหุ้นไทยยังต้องติดตามทั้ง Global และ Domestic Factors
  • สำหรับตลาดหุ้นไทย ความผันผวนจากตลาดต่างประเทศยังคงส่งผ่านมายังตลาดในประเทศ โดยเฉพาะปัจจัยด้านราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) และทิศทางนโยบายการเงินของ Fed
  • อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายในประเทศยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการบริโภคภาคเอกชนในช่วงไตรมาส 4
  • จากนี้ นักลงทุนจะต้องติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะผลประกอบการไตรมาส 3 หลังจากผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
  • ดังนั้น ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (Earnings) จึงยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม เพื่อสะท้อนว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีจะสามารถดำเนินต่อไปได้มากน้อยเพียงใด
Earnings ยังเป็น Key Driver ของตลาดหุ้น
  • สำหรับภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นโลก มุมมองการลงทุนยังเป็นเชิงบวก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ยังมีความแข็งแกร่ง ทั้งนี้ มองว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (Earnings) จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ ของผลตอบแทนตลาดหุ้นในช่วงที่เหลือของปี
  • อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของตลาดอาจไม่ได้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่อาจกลับมากระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสร้างความผันผวนให้กับตลาดได้เป็นระยะ
ในมุมมองการจัดพอร์ตนั้น หุ้นโลก (Global Equity) ยังคงมีบทบาทเป็นสินทรัพย์หลักของพอร์ตลงทุน ขณะที่ธีม AI และเทคโนโลยียังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง จากการที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังคงลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและต่อยอดการใช้งาน AI อย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด แม้ตลาดอาจเผชิญความผันผวนจากปัจจัยมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์เป็นระยะ แต่แนวโน้มเศรษฐกิจและผลประกอบการที่ยังแข็งแกร่ง จะยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่สนับสนุนทิศทางตลาดหุ้นในระยะถัดไป

สอบถามข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ บลจ.กรุงศรี โทร. 02-657-5757 หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา
ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด

ย้อนกลับ

@ccess Mobile Application

ทำรายการกองทุนสะดวกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว