สรุปประเด็นสัมมนา: The Great Rotation: Finding Value in Non-US Equities




ในงานสัมมนา “The Great Rotation: Finding Value in Non-US Equities”
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด ร่วมกับ Goldman Sachs Asset Management และ Allianz Global Investors นำเสนอมุมมองเรื่องการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินลงทุนทั่วโลก โดย บลจ.กรุงศรี เล็งเห็นว่านักลงทุนเริ่มกระจายการลงทุนออกนอกตลาดหุ้นสหรัฐฯ มากขึ้น และตลาดนอกสหรัฐฯ มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนในระยะต่อไป จึงเชื่อว่า หุ้นยุโรปและเอเชียจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของพอร์ตการลงทุนในปี 2569

เจาะลึกมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
  • คุณเกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนทางเลือก บลจ.กรุงศรี 
  • คุณ Alison Lau, CFA Head of Quantitative Investment Strategies Client Portfolio Management for Asia Pacific, Goldman Sachs Asset Management
มุมมองจาก Goldman Sachs Asset Management 
  • แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะให้ผลตอบแทนโดดเด่นในอดีต แต่การปรับฐานล่าสุดของกลุ่ม Magnificent 7 รวมถึงดัชนี Nasdaq และ S&P 500 สะท้อนว่า ตลาดสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยมีแรงกดดันจากระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) ที่สูง โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี และภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัว ส่งผลให้เกิด “Great Rotation” หรือการโยกย้ายเงินลงทุนไปยังตลาดนอกสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นยุโรปและหุ้นขนาดเล็กทั่วโลก ซึ่งยังมีมูลค่าที่เหมาะสม และผลการดำเนินงานยังคงมีความแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญกับความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งกระแสการปฏิวัติอุตสาหกรรมจาก AI ยังเปิดโอกาสการเติบโตในหลากหลายอุตสาหกรรมและภูมิภาคทั่วโลก
  • แม้ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์จะกดดันบรรยากาศการลงทุน แต่ Goldman Sachs ไม่คาดว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยใน 12 เดือนข้างหน้า และในอดีตเหตุการณ์ลักษณะนี้มักส่งผลกระทบเพียงระยะสั้น ตั้งแต่ปี 1980 ดัชนี S&P 500 มักปรับตัวลง 5–10% โดยเฉลี่ยทุก 13 เดือน ซึ่งอาจเป็น “จังหวะเข้าลงทุน” มากกว่าจะเป็นสัญญาณให้ขาย (ที่มา: Bloomberg & Goldman Sachs Asset Management ณ 31 ธ.ค. 2569)
  • ต่างจากช่วงโควิดที่เงินเฟ้อสูง ปัจจุบันธนาคารกลางเริ่มชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อมีเสถียรภาพ ประกอบกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจมหภาค การฟื้นตัวของกำไรบริษัทในยุโรปและเอเชีย และระดับมูลค่าหุ้นที่ยังไม่แพง ทำให้หุ้นยุโรปเป็นโอกาสลงทุนที่น่าสนใจ
มุมมองจาก บลจ.กรุงศรี
  • จุดสนใจอันดับแรกมุ่งไปที่ “ยุโรป” ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Value ค่อนข้างสูง เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมและการเงิน ที่ได้รับประโยชน์จากการหมุนเวียนของเม็ดเงินลงทุนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Rotation) ในปัจจุบัน
    • บลจ.กรุงศรีแนะนำลงทุนรับโอกาสนี้ด้วย กองทุนเปิดกรุงศรียุโรปอิควิตี้เฮดจ์ (KF-HEUROPE) ซึ่งลงทุนในกองทุนหลักมอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาวอย่าง Goldman Sachs Europe CORE® Equity Portfolio ที่ใช้กลยุทธ์เชิงปริมาณ (Quantitative) คัดเลือกหุ้นรายตัว โดยมองหาบริษัทคุณภาพดีที่มีมูลค่าน่าสนใจ ผสานการวิเคราะห์ Sentiment และจังหวะตลาด เพื่อสร้างโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) และมีโอกาสชนะดัชนีอ้างอิงอย่างสม่ำเสมอ
*ที่มา: Morningstar, Goldman Sachs Asset Management ณ 31 ม.ค. 2569. การจัดอันดับ Morningstar ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดอันดับของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) แต่อย่างใด
  • อีกหนึ่งตลาดสำคัญของกลยุทธ์ลงทุนนอกตลาดสหรัฐฯ คือ “เอเชีย” ซึ่ง บลจ.กรุงศรี แนะนำ กองทุนเปิดกรุงศรีโอเรียนทัลเฟล็กซ์ (KF-ORTFLEX) ที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลัก Allianz Oriental Income Fund
    •  เอเชียถือเป็นศูนย์กลางของระบบ AI Ecosystem ของโลก โดยบริษัทในไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นกำลังสำคัญของการเติบโตในทศวรรษหน้า โดยกองทุนหลักของ KF-ORTFLEX มีความโดดเด่นจากการใช้กลยุทธ์ All-Cap Flexible ที่สามารถลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นในหุ้นทุกขนาดทั่วเอเชียแปซิฟิก ครอบคลุมญี่ปุ่น เอเชีย และออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ ซึ่งแตกต่างจากกองทุนเอเชียทั่วไปที่มักไม่รวมญี่ปุ่น และออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์
    •  นอกจากนี้ กองทุนหลักใช้กระบวนการคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-up อย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดสูง และมีความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งคงความยืดหยุ่นในการปรับสัดส่วนการลงทุนในแต่ละภูมิภาค ระหว่างธีมการปฏิรูปภาคธุรกิจของญี่ปุ่น และการเติบโตจากการบริโภคภายในประเทศของกลุ่มตลาดเกดใหม่ในเอเชีย(Emerging Asia)

 ด้วยความร่วมมือกับผู้จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลกอย่าง Goldman Sachs Asset Management และ Allianz Global Investors บลจ. กรุงศรี มีความมั่นใจในการนำเสนอแนวทางการลงทุนที่แตกต่าง  ด้วยการให้ความสำคัญกับ Valuation และโอกาสการเติบโตเชิงโครงสร้างในภูมิภาคยุโรปและเอเชีย สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการคว้าโอกาสจากการหมุนเงินลงทุนของตลาดในครั้งนี้ บลจ.กรุงศรี ขอแนะนำทางเลือกการลงทุนดังนี้
  • กองทุน KF-EUROPE / KF-HEUROPE ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Goldman Sachs Europe CORE Equity Portfolio เปิดโอกาสให้เข้าถึงหุ้นยุโรปอย่างแท้จริง และ KFEURORMF ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • อีกหนึ่งกองทุนแนะนำคือ KF-ORTFLEX ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก Allianz Oriental Income ที่มีประวัติผลการดำเนินงานโดดเด่นในระยะยาว และมีความยืดหยุ่นในการลงทุนในหุ้นทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครอบคลุมญี่ปุ่น เอเชีย และออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ ซึ่งแตกต่างจากกองทุนหุ้นเอเชียทั่วไปที่มักเน้นลงทุนในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) (ที่มา: Allianz Global Investors Fund ณ วันที่ 31 ม.ค. 2569)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด โทร. 0-2657-5757 กด 2 หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) / บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)

นโยบายการลงทุนและคำเตือน:
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ณ วันที่เผยแพร่ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ไม่สามารถรับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าวได้
  • KF-EUROPE/ KF-HEUROPE / KFEURORMF ลงทุนในกองทุนหลัก Goldman Sachs Europe CORE Equity Portfolio โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
  • KF-ORTFLEX ลงทุนในกองทุนหลัก Allianz Oriental Income โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
  • ระดับความเสี่ยง 6: ความเสี่ยงสูง | KF-EUROPE/ KF-ORTFLEX ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดกำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน และอาจทำให้ผลตอบแทนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มต้น
  • ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต


ข้อมูลกองทุน KF-EUROPE คลิก

ข้อมูลกองทุน KF-HEUROPE คลิก

ข้อมูลกองทุน KFEURORMF คลิก

ข้อมูลกองทุน KF-ORTFLEX คลิก

ย้อนกลับ

@ccess Mobile Application

ทำรายการกองทุนสะดวกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว