โปรโมชัน/กองทุนแนะนำ


KF-ATECH รวมหุ้นพยัคฆ์เทคเอเชีย ขุนพลแห่งการเติบโต
เสนอขายครั้งแรก 11 - 20 พฤษภาคม 2569
KF-ATECH รวมหุ้นพยัคฆ์เทคเอเชีย ขุนพลแห่งการเติบโต

  • กองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียเทคอิควิตี้ (KF-ATECH)
  • กองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียเทคอิควิตี้ USD (KF-ATECH-USD)
จับโอกาสเข้าลงทุนเชิงรุกในหุ้นเทคเต็มศักยภาพของเอเชีย ผ่านกองทุนหลัก Wellington Asia Technology Fund ตอบรับเมกะเทรนด์เทคโนโลยีโลกที่หนุนหุ้นเทคเอเชียสู่ศูนย์กลางโอกาสลงทุน จากการเป็นหัวใจของ Supply Chain แหล่งกำเนิดนวัตกรรมสำคัญ และตลาดผู้บริโภคที่ทรงพลังพร้อมรับการเติบโตของเทคโนโลยีใหม่ๆ
เสนอขายครั้งแรก 11 – 20 พ.ค. 2569



ทำไมหุ้นเทคเอเชียถึงน่าลงทุน?

1. เอเชียคือหัวใจของ Supply Chain เทคโนโลยีของโลก
  • หนึ่งในภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุด คืออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ชิปคือสมองของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ตั้งแต่ AI สมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึง Data Center และเอเชียคือแกนหลักของอุตสาหกรรมนี้
  • ปัจจุบันมีความต้องการใช้ AI เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่มีการลงทุนเพิ่มสูงขึ้น และต้องการอุปกรณ์ที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพขึ้นเป็นจำนวนมาก บริษัทเทคในเอเชียในฐานะผู้ผลิตอุปกรณ์ต้นทางที่สำคัญจึงได้รับประโยชน์ สามารถกำหนดราคาที่สูงขึ้นในช่วงที่อุปสงค์มีจำกัดไม่เพียงพอต่อความต้องการ
2. เอเชียคือจุดกำเนิดของนวัตกรรมยุคใหม่ 
ประเทศผู้นำสำคัญของโลกในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อย่างไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีนล้วนอยู่ในภูมิภาคเอเชีย แสดงถึงการมีบทบาทเป็นผู้กำหนดทิศทางของโลกจากการเป็นต้นกำเนิดเทคโนโลยีที่แท้จริง

3. เอเชีย คือตลาดผู้บริโภคที่ทรงพลังที่สุดในโลก
  • ด้วยประชากรมากถึง 59% ของโลก และการเติบโตของความมั่งคั่งและชนชั้นกลาง ทำให้เอเชียเป็นตลาดที่ทรงพลัง พร้อมรับการเติบโตของเทคโนโลยี
  • จากตลาดเทคโนโลยีเอเชียมีมูลค่าราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในอดีต เติบโตสู่ระดับมากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และแม้โลกจะผ่านวิกฤติมาหลายครั้ง แต่การเติบโตระยะยาวของเทคโนโลยีเอเชียยังคงแข็งแกร่ง
  • นอกจากนี้โอกาสไม่ได้ขยายแค่ “ขนาดตลาด” แต่ขยายไปสู่ “ความหลากหลายของธุรกิจ” จากการเติบโตเดิมในกลุ่มฮาร์ดแวร์ ขยายไปสู่กลุ่มซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล ด้วยเช่นกัน
4. หุ้นกลุ่มเทคเอเชียให้ผลตอบแทนดีกว่ากลุ่ม Global Tech โดยระดับราคายังไม่แพง (P/E ของ MSCI Asia Pacific Information Technology Index อยู่ที่ 13 เท่า) ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Hyperscalers)

5. พลังเสริมจากหุ้นเทคจีนและญี่ปุ่น 
นอกจากไต้หวันและเกาหลีใต้ที่เป็นผู้นำในด้านเซมิคอนดักเตอร์ ญี่ปุ่นและจีนก็มีบริษัทเทคที่มีศักยภาพเติบโตได้ดีเช่นกัน
  • ญี่ปุ่นเป็นเจ้าของ "โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ" ที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรม AI บริษัทในญี่ปุ่นเป็นผู้จัดหาเครื่องมือสำคัญในการผลิตชิปขั้นสูงรายใหญ่ และถือครองส่วนแบ่งตลาดวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งถือเป็นวัสดุต้นน้ำสูงมาก นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีความได้เปรียบในเรื่องการรวม AI เข้ากับหุ่นยนต์อุตสาหกรรม (Industrial AI) ซึ่งเป็นเทรนด์ใหญ่ในปีนี้ที่เน้นการนำ AI มาใช้ในโลกความจริง
  • จีน: หุ้นกลุ่มเทคโนยียังมีระดับราคาไม่แพงและมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกมาก โดยคาดว่าการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) จะกลับมาโดดเด่นในปี 2027 จากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่มากขึ้น และนโยบายรัฐที่หันมาสนับสนุนให้การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนด้านนวัตกรรม เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะ Generative AI  เพื่อการพึ่งพาตนเอง
ที่มา: Wellington management

จุดเด่นของกองทุนหลัก Wellington Asia Technology Fund
1. กลยุทธ์การลงทุน
  • Diversified / กระจายการลงทุน: คัดหุ้นเทคทั่วเอเชีย ทั้งตลาดพัฒนาแล้วและเกิดใหม่ราว 50–80 บริษัท กระจายหลายอุตสาหกรรม หลายธีมการติบโต เพื่อคว้าโอกาสเติบโตทั้งในภูมิภาคและระดับโลก
  • Differentiated / แตกต่างจากตลาด: เข้าถึงโอกาสอย่างรอบด้าน ไม่ยึดติดเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่ทุกคนรู้จัก แต่มองหาบริษัทขนาดกลางและเล็ก หุ้นนอกกระแสที่เน้นการเติบโต ซึ่งตลาดอาจยังมองข้ามอยู่
  • Deep Expertise / เชี่ยวชาญเชิงลึก: ใช้การวิเคราะห์เชิงลึกจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะ ผสานประสบการณ์ของทีมลงทุนระดับโลกเข้ากับนักวิเคราะห์ Asia Tech ที่อยู่ในพื้นที่จริง และใกล้ชิดกับธุรกิจ
ที่มา: Wellington management | ข้อมูลข้างต้นเป็นสิ่งที่ผู้จัดการกองทุนมุ่งหวังในการบริหารพอร์ตการลงทุน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงอาจไม่สะท้อนลักษณะทั้งหมดนี้ หรือแตกต่างจากที่ระบุไว้

2.พอร์ตการลงทุน 
กองทุนหลักเชื่อว่า "บริษัทที่จะเป็นผู้ชนะในเอเชียเทค ต้องมีมากกว่าแค่นวัตกรรม" จึงเน้นลงทุนในบริษัทที่เป็น “ผู้นำ” ที่มองไปข้างหน้าเพื่อรักษาและต่อยอดความได้เปรียบเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนได้อย่างยั่งยืน 
  • บริษัทที่มีการบริหารและกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ดี สามารถสร้าง upside ได้ต่อเนื่อง
  • บริษัทที่มีผลิตภัณฑ์และตลาดที่ดี ทำให้มีตำแหน่งทางธุรกิจที่พร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต



3. ประวัติผลการดำเนินงาน: ประวัติการสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่น


ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต
  • Tencent 
    • ครองตลาดโซเชียลและเกม ผ่าน WeChat และเกมระดับโลก พัฒนาเป็น “Super App” ที่ผู้ใช้งานมีความผูกพันสูง สร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง ไม่ผันผวนตามวัฏจักรอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
    • เป็นหนึ่งในบริษัทที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้ AI มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใส่ AI ใน Game, Advertising, Fintech, Cloud และ E-commerce
    • มีแผนปรับขึ้นราคาบริการ Cloud สะท้อนการที่อุตสาหกรรม Cloud และ AI กำลังก้าวเข้าสู่ระยะการสร้างรายได้มากขึ้น (Monetization Phase)
  • Advantest
    • อันดับ 1 ของโลกในด้าน Automated Test Equipment (ATE) โดยเฉพาะการทดสอบชิปที่ซับซ้อนสูง
    • บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องทดสอบจาก 3,000 หน่วยในปี 2025 เป็น 5,000 หน่วยในปี 2026 และตั้งเป้าจะไปให้ถึง 10,000 หน่วยในอนาคต สะท้อนถึงความมั่นใจว่ารอบขาขึ้น (Cycle) ของ AI ครั้งนี้จะยาวนานกว่าปกติ
  • Tokyo Electron 
    • Big 5 ของอุตสาหกรรมเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์โลก  เน้นผลิตเครื่องจักรที่ใช้ในขั้นตอนที่เน้นคุณภาพสูงในการผลิตชิปประมวลผล 
    • เทคโนโลยีของบริษัทมีความสำคัญต่อการผลิตชิปรุ่นใหม่ๆ ทีต้องซ้อนเลเยอร์หน่วยความจำมากขึ้น โดยช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างชั้นทำได้แม่นยำสูง
    • บริษัทมีประกาศจ่ายเงินปันผลปี 2026 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 601 เยน/หุ้น และมีแผนการซื้อหุ้นคืนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น
ที่มา: Wellington management ณ 28 ก.พ. 2569

KF-ATECH | KF-ATECH-USD
2 กองทุนให้เลือกได้ตามเป้าหมายและสกุลเงินที่ต้องการ
  • KF-ATECH เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนสกุลเงินบาท/ รับความผันผวนของผลตอบแทนจากนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้ และยอมรับต้นทุนที่อาจเกิดขึ้น | ลงทุนขั้นต่ำเพียง 500 บาท
  • KF-ATECH-USD* เหมาะกับผู้ลงทุนที่มีเงินออม/ใช้จ่ายเป็นสกุลเงิน USD ต้องการกระจายความเสี่ยงค่าเงินและโอกาสรับผลตอบแทนใกล้เคียงการลงทุนตรงในกองทุนหลัก | ลงทุนขั้นต่ำเพียง 50 USD
*ซื้อหน่วยลงทุนได้เฉพาะด้วยการโอนเงินผ่านหรือหักเงินผ่านบัญชีเงินฝาก FCD ของธนาคาร ดังนี้
1) บัญชีเงินฝาก FCD ของ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนที่เปิดบัญชีกองทุนตรงกับ บลจ.กรุงศรี บล.เกียรตินาคินภัทร และ/หรือตัวแทนขายกองทุนรวมรายอื่นๆ ตามที่กำหนด
2) ผ่านบัญชีเงินฝาก FCD ของธนาคารยูโอบี เฉพาะผู้ถือหน่วยลงทุนที่เปิดบัญชีกองทุนกับธนาคารยูโอบีเท่านั้น

สำหรับขั้นตอนการเปิดบัญชี FCD คลิกดูข้อมูล


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนกองทุนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด | โทร. 0 2657 5757 กด 2

คำเตือน
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และ ความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • กองทุน KF-ATECH/ KF-ATECH-USD มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้


ข้อมูลกองทุน KF-ATECH คลิก

ข้อมูลกองทุน KF-ATECH-USD คลิก

ย้อนกลับ

ลงทุนในกองทุนรวมบลจ.กรุงศรี

บลจ.กรุงศรีมีกองทุนรวมหลายประเภทให้เลือกลงทุนสำหรับทุกเป้าหมายการลงทุน