สรุปภาวะตลาด
Flash Update
Big Tech ทุ่มลงทุน AI มหาศาล แม้ Cloud โตแรง แต่กดดัน Free Cash Flow
30 ตุลาคม 2569
Big Tech ทุ่มลงทุน AI มหาศาล แม้ Cloud โตแรง แต่กดดัน Free Cash Flow

Alphabet รายได้หลักต่ำกว่าคาด ทุ่มงบ AI สูง กดดันกระแสเงินสด
สรุปสถานการณ์
Microsoft รายได้ Azure Cloud โตแกร่ง 48%
สะท้อนความต้องการ AI หนุนผลประกอบการเหนือคาด
สรุปสถานการณ์

Alphabet รายได้หลักต่ำกว่าคาด ทุ่มงบ AI สูง กดดันกระแสเงินสด
สรุปสถานการณ์
- รายได้ Alphabet (Google) ต่ำกว่าคาด โดยธุรกิจหลักอย่าง Search, โฆษณา YouTube และ Services มีรายได้ต่ำกว่าคาด สวนทาง Google Cloud โตแข็งแกร่งและทำรายได้สูงกว่าคาด
- CapEx ปี 2026 สูงถึง 205,000 ล้านดอลลาร์ มากกว่าสองเท่าของปีก่อน ขณะที่ Free Cash Flow ติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 และบริษัทมีภาระผูกพันในการใช้จ่าย AI ในอนาคตสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์
- ราคาหุ้น -10% ในช่วง after-hours นักลงทุนกังวลรายได้ธุรกิจหลักที่ชะลอตัวและความคุ้มค่าของการลงทุน AI
- Alphabet บริษัทแม่ของ Google ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2026 รายได้หลังหักส่วนแบ่งรายได้ให้พันธมิตรอยู่ที่ 111,200 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เนื่องจากธุรกิจหลักโตต่ำกว่าคาด สะท้อนถึงแรงกดดันต่อธุรกิจหลักท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่รุนแรงขึ้นขณะที่รายได้จากธุรกิจ Services อยู่ที่ 96,300 ล้านดอลลาร์ ก็ต่ำกว่าคาดเช่นกัน ด้านกำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 2.12 ดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดที่ 2.99 ดอลลาร์ ได้รับผลกระทบจากการขาดทุนของเงินลงทุนมูลค่า 8,700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ SpaceX
- ธุรกิจหลักอย่าง Search และโฆษณาชะลอตัว โดยรายได้จากโฆษณาผ่าน Search และธุรกิจที่เกี่ยวข้องเติบโตในอัตราต่ำที่สุดในรอบ 5 ไตรมาส ขณะที่รายได้จากโฆษณาบน YouTube อยู่ที่ 11,200 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดเช่นกัน โดยความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ AI Mode ใน Google Search เป็นอีกปัจจัยกดดัน เนื่องจากการค้นหาผ่าน AI ยังมีศักยภาพในการสร้างรายได้จากโฆษณาต่ำกว่าการค้นหารูปแบบเดิม อย่างไรก็ตาม Google มีแผนเพิ่มโฆษณาเพื่อยกระดับการสร้างรายได้จากบริการดังกล่าว
- ด้าน Google Cloud เติบโตแข็งแกร่งสวนทางธุรกิจหลัก รายได้อยู่ที่ 30,700 ล้านดอลลาร์ และกำไร 11,100 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 29,100 ล้านดอลลาร์ และ 9,800 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ สะท้อนความต้องการใช้บริการ Cloud และโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังแข็งแกร่ง
- Google มีภาระผูกพันด้าน AI สูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่งบลงทุนพุ่งสูงกดดันกระแสเงินสด โดย CapEx ปี 2026 สูงถึง 205,000 ล้านดอลลาร์ มากกว่าสองเท่าของปีก่อน ขณะที่ Free Cash Flow ติดลบเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าและระยะเวลาคืนทุนของการลงทุนด้าน AI
Microsoft รายได้ Azure Cloud โตแกร่ง 48%
สะท้อนความต้องการ AI หนุนผลประกอบการเหนือคาด
สรุปสถานการณ์
- ผลประกอบการ Microsoft ดีกว่าคาด รายได้รวมเพิ่มขึ้น 19% YoY สู่ 92,300 ล้านดอลลาร์ รายได้ Azure เติบโต 48% YoY จากความต้องการใช้ Cloud เพื่อรองรับ AI ที่แข็งแกร่ง
- แนวโน้มการเติบโตจาก AI ยังสูง คาดรายได้ Azure ไตรมาสถัดไปเติบโตสูงสุด 50% YoY ขณะที่ CapEx ไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้น 30% และคาดว่าจะสูงกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสปัจจุบัน ทั้งนี้บริษัทพยายามควบคุมต้นทุนผ่านการปรับลดจำนวนพนักงานและอาจพิจารณาระดมทุนเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
- ราคาหุ้น Microsoft ปรับขึ้นประมาณ 3% ในช่วง after hours
รายละเอียด
- Microsoft ประกาศผลประกอบการแข็งแกร่งกว่าคาด โดยรายได้รวมไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้น 19% YoY สู่ระดับ 92,300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้น (ไม่รวมรายการบางประเภท) อยู่ที่ 4.89 ดอลลาร์ สูงกว่าตลาดคาดการณ์ที่ 4.72 ดอลลาร์
- ธุรกิจ Azure Cloud เติบโตโดดเด่นจากความต้องการ AI โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 48% YoY สู่ระดับ 33,200 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าตลาดคาดการณ์ที่ 44% สะท้อนความต้องการใช้บริการ Cloud และกำลังประมวลผลเพื่อรองรับ AI ที่ยังแข็งแกร่ง
- รายได้จากข้อตกลงทางการค้ากับ OpenAI มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ 10,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 11% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 7% ในปีงบประมาณก่อนหน้า ขณะที่รายได้ผลิตภัณฑ์ Office และแอปพลิเคชันสำหรับการทำงานอยู่ที่ 27,800 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาด
- รายจ่ายลงทุนด้าน AI และ Data Center เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ต่ำกว่าคาด โดย CapEx เพิ่มขึ้น 30% YoY สู่ระดับ 45,200 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากการส่งมอบกำลังประมวลผลจากผู้ให้บริการภายนอกล่าช้า ขณะที่บริษัทคาดว่า CapEx ในไตรมาสปัจจุบันจะสูงกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นอีกในช่วงต้นปี 2027
- แนวโน้มผลประกอบการไตรมาสถัดไปยังแข็งแกร่ง โดย Microsoft คาดว่ารายได้ Azure จะเติบโตสูงสุด 50% YoY และรายได้รวมอาจสูงถึง 97,100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้
ที่มา: Bloomberg ณ 29 ต.ค. 2569
Amazon AWS โตสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี
แต่ CapEx พุ่ง กด Free Cash Flow ติดลบ หุ้นร่วงเกือบ 7%
สรุปสถานการณ์
Amazon AWS โตสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี
แต่ CapEx พุ่ง กด Free Cash Flow ติดลบ หุ้นร่วงเกือบ 7%
สรุปสถานการณ์
- Amazon รายงานรายได้ AWS เติบโตโดดเด่น 39% YoY สูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี แต่ธุรกิจหลักอย่าง E-Commerce โตเพียง 2% ต่ำสุดในรอบ 3 ปี รายได้โฆษณาโต 12% ต่ำกว่าคาดที่ 18%
- Amazon เร่งลงทุน AI ในไตรมาส 3 สูงถึง 77,260 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ กดดัน Free Cash Flow ในช่วง 12 เดือนย้อนหลังติดลบ 42,400 ล้านดอลลาร์ เทียบกับกระแสเงินสดเป็นบวก 14,800 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน
- ราคาหุ้น Amazon -7% after hours เนื่องจากรายได้รวมและกำไรต่อหุ้นต่ำกว่าคาด ประกอบกับแนวโน้มรายได้ไตรมาส 4 ที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่การลงทุน AI ในระดับสูงเพิ่มความเสี่ยงต่อกระแสเงินสด แม้ AWS จะเติบโตแข็งแกร่งก็ตาม
รายละเอียด
- Amazon รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2026 รายได้อยู่ที่ 201,900 ล้านดอลลาร์ +12% YoY แต่ต่ำกว่าคาด สะท้อนการเติบโตที่ไม่ทั่วถึงในแต่ละธุรกิจ
- รายได้ AWS เติบโตแข็งแกร่ง 39% YoY สู่ระดับ 46,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาด และเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี
- รายได้ E-Commerce โตเพียง 2% สู่ระดับ 68,500 ล้านดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบ 3 ปี
- รายได้โฆษณาเพิ่มขึ้น 12% สู่ 19,600 ล้านดอลลาร์ แต่ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 18% ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาสที่รายได้ส่วนนี้ต่ำกว่าคาด
- กำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3 เพิ่มเป็น 17,800 ล้านดอลลาร์ จาก 11,400 ล้านดอลลาร์ใน ปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดการณ์รายได้ไตรมาส 4 ที่ 240,000–247,000 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 244,510 ล้านดอลลาร์
- Amazon เผชิญแรงกดดันจากกระแสเงินสดที่ลดลงและแนวโน้มรายได้ต่ำกว่าคาด โดยบริษัทใช้จ่ายลงทุนในไตรมาส 3 สูงถึง 77,260 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Free Cash Flow ในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง ติดลบ 42,400 ล้านดอลลาร์ เทียบกับกระแสเงินสดเป็นบวก 14,800 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน โดย Amazon คงแผน CapEx ปี 2026 ที่ 220,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2027 เพื่อขยาย Data Center และรองรับความต้องการ AI
ที่มา: Bloomberg, Reuters ณ 30 ต.ค. 2569
Intel แนวโน้มรายได้ต่ำกว่าคาด จากตลาด PC ซบเซา
และปัญหาขาดแคลนชิป ฉุดหุ้นร่วง 23%
สรุปสถานการณ์
Intel แนวโน้มรายได้ต่ำกว่าคาด จากตลาด PC ซบเซา
และปัญหาขาดแคลนชิป ฉุดหุ้นร่วง 23%
สรุปสถานการณ์
- ราคาหุ้น Intel -23% ช่วง after hours แม้ผลประกอบการไตรมาส 3 เติบโตแข็งแกร่ง แต่แนวโน้มไตรมาส 4 ต่ำกว่าคาด สะท้อนแรงกดดันต่อรายได้และอัตรากำไรในระยะสั้น
- ตลาด PC มีแนวโน้มซบเซาต่อเนื่องถึงครึ่งแรกของปี 2027 จากปัญหาขาดแคลน Memory Chip และต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจ Data Center ยังเผชิญข้อจำกัดด้าน Supply Chain ทั้งการขาดแคลนวัตถุดิบและการหยุดดำเนินงานของโรงงานในอิสราเอล
- บริษัทเตรียมเพิ่ม CapEx เพื่อขยายกำลังการผลิต จากระดับ 20,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center ซึ่งการลงทุนที่สูงขึ้นอาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถสร้าง Free Cash Flow ได้ในปี 2027
รายละเอียด
- Intel รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2026 ยังโตแข็งแกร่ง รายได้อยู่ที่ 16,500 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21% YoY และสอดคล้องกับตลาดคาด โดยรายได้ธุรกิจ Data Center and AI เพิ่มขึ้น 78% YoY อยู่ที่ 7,300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ธุรกิจ Client Computing (PC) มีรายได้ลดลง 5% YoY อยู่ที่ 8,100 ล้านดอลลาร์ ด้าน EPS อยู่ที่ 0.52 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 0.41 ดอลลาร์
- Gross Margin ในไตรมาส 3 อยู่ที่ 43% แต่บริษัทคาดว่าจะลดลงเหลือ 38% ในไตรมาส 4 สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตและข้อจำกัดด้าน Supply Chain
- Intel คาดรายได้ไตรมาส 4 อยู่ที่ 15,000–16,000 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 17,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Adjusted EPS คาดอยู่ที่ 0.25 ดอลลาร์ ต่ำกว่าตลาดคาดเช่นกัน
- ตลาด PC ยังเผชิญแรงกดดัน โดยคาดว่าตลาด PC จะหดตัว 12% ในปี 2026 และลดลงต่ออีก 10% ในปี 2027 โดยมีสาเหตุหลักจากปัญหาขาดแคลน Memory Chip และราคาชิ้นส่วนที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุน Laptop และ Desktop เพิ่มขึ้น และกดดันความต้องการซื้อ PC
- ธุรกิจ Data Center เติบโต แต่ติดข้อจำกัดด้าน Supply ทั้งปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและการหยุดดำเนินงานของโรงงานในอิสราเอล ส่งผลให้ไม่สามารถตอบสนองคำสั่งซื้อของลูกค้าได้เต็มที่ โดยคาดว่าปัญหาโรงงานจะกระทบรายได้ประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ในอีก 2 ไตรมาสข้างหน้า
- Intel วางแผนลงทุนในโรงงานและอุปกรณ์การผลิตประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2027 โดยเฉพาะชิปสำหรับ Data Center และ CFO ระบุว่าบริษัทอาจไม่สามารถสร้าง Free Cash Flow ได้ในปี 2027 เนื่องจากการลงทุนที่สูงขึ้น
ที่มา: Bloomberg ณ 30 ต.ค. 2569
กองทุนกรุงศรีที่มีหุ้นแต่ละบริษัทอยู่ใน Top 10 Holdings (ข้อมูล ณ ก.ย. 2569)
กองทุนกรุงศรีที่มีหุ้นแต่ละบริษัทอยู่ใน Top 10 Holdings (ข้อมูล ณ ก.ย. 2569)
- Alphabet: KFNDQ-A, KF-WORLD-INDX-A, KF-WORLD-INDFX-A, KFUSINDX-A, KFUSINDFX-A, KF-SP500M, KF-SP500MFX, KFUS-A, KF-US-PLUS-A, KFGLOBAL-A, KFGLOBFX-A, KFFUTUREGEN-A, KFESG-A, KF-AINEXT, KF-AINEXT-FX, KF-QUALITY-A
- Microsoft: KFUSINDX-A, KFUSINDFX-A, KFNDQ-A, KFUS-A, KF-US-PLUS-A, KFGTECH-A, KFHTECH-A, KF-WORLD-INDX-A, KF-WORLD-INDFX-A, KF-QUALITY-A, KF-GEI-A
- Amazon: KFUSINDX-A, KFUSINDFX-A, KFUS-A, KFGG, KF-US-PLUS-A, KF-QUALITY-A, KFNDQ-A, KF-WORLD-INDX-A, KF-WORLD-INDFX-A, KFGLOBAL-A, KFGLOBFX-A, KFFUTUREGEN-A
- Intel: KFGTECH-A, KFHTECH-A, KFUS-A, KF-SP500M, KF-SP500MFX, KF-AINEXT, KF-AINEXT-FX, KFGLOBAL-A, KFGLOBFX-A
ข้อมูลกองทุน คลิก (ที่ชื่อกองทุน)
- กองทุนหุ้น/ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ: KFNDQ-A, KF-SP500M, KF-SP500MFX, KFUSINDX-A, KFUSINDFX-A, KFUS-A, KF-US-PLUS-A
- กองทุนหุ้น/ดัชนีหุ้นทั่วโลก: KF-WORLD-INDX-A, KF-WORLD-INDFX-A, KFGLOBAL-A, KFGLOBFX-A, KFGG, KF-QUALITY-A, KF-GEI-A
- กองทุนหุ้นเทคโนโลยี: KFGTECH-A, KFHTECH-A, KF-AINEXT, KF-AINEXT-FX, KFFUTUREGEN-A
- กองทุนหุ้น ESG: KFESG-A
- KFNDQ-A ลงทุนในกองทุนหลัก Invesco NASDAQ 100 ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KF-SP500M/KF-SP500MFX ลงทุนในกองทุนหลัก Invesco S&P 500® Momentum ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KFUSINDX-A/KFUSINDFX-A ลงทุนในกองทุนหลัก iShares Core S&P 500 ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KFUS-A ลงทุนในกองทุนหลัก GQG Partners US EquityFund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KF-US-PLUS-A ลงทุนในกองทุนหลัก JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KF-WORLD-INDX-A/KF-WORLD-INDFX-A ลงทุนในกองทุนหลัก iShares MSCI ACWI ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KFGLOBAL-A/KFGLOBFX-A ลงทุนในกองทุนหลัก BlackRock Global Unconstrained Equity Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KFGG-A ลงทุนในกองทุนหลัก Baillie Gifford Worldwide Long Term Global GrowthFund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KF-QUALITY-A ลงทุนในกองทุนหลัก Wellington Global Quality Growth Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KF-GEI-A ลงทุนในกองทุนหลัก Invesco Global Equity Income Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KFGTECH-A ลงทุนในกองทุนหลัก T.RowePriceFundsSICAV - Global Technology EquityFund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KFHTECH-A ลงทุนในกองทุนหลัก BGF World Technology Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KF-AINEXT/KF-AINEXT-FX ลงทุนในกองทุนหลัก Invesco AI and Next GenSoftware ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KFFUTUREGEN-A ลงทุนในกองทุนหลัก Goldman Sachs Global Future Generations Equity Portfolio โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KFESG-A ลงทุนในกองทุนหลัก AB Sustainable Global Thematic Portfolio โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KFGTECH/KFHTECH มีระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) โดยกองทุนลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนการลงทุน | กองทุนที่เหลือมีระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง)
- KFGBRAND/KFGLOBAL/KFNDQ/KF-SP500M/KF-US-PLUS/KF-WORLD-INDX/KFUS, KF-QUALITY, KF-GEI-A, KF-AINEXT ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน | KF-AINEXT-FX/KFGLOBFX/KF-SP500MFX/KFUSINDFX/KF-WORLD-INDFX ไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนกองทุนเหล่านี้จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด
- ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอดูหนังสือชี้ชวน โปรดติดต่อ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจำกัด โทร 0 2657 5757 หรืออีเมล
krungsriasset.clientservice@krungsri.com