สรุปภาวะตลาด
Flash Update
Eli Lilly งบแกร่ง หุ้นพุ่ง 6.6% รับกระแสยาลดน้ำหนัก
30 ตุลาคม 2569
Eli Lilly งบแกร่ง หุ้นพุ่ง 6.6% รับกระแสยาลดน้ำหนัก

สรุปสถานการณ์
กองทุนกรุงศรีที่มี Eli Lilly อยู่ใน Top 10 Holdings (ข้อมูล ณ ก.ย. 2569) ได้แก่ KFHHCARE-A, KFHHCARE-D, KFHEALTH-A, KF-QUALITY, KFFUTUREGEN
นโยบายการลงทุน/คำเตือน

สรุปสถานการณ์
- Eli Lilly ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปี 2026 เป็น 91,000–92,000 ล้านดอลลาร์ จากเดิม 85,000–87,000 ล้านดอลลาร์ เป็นการปรับเพิ่มครั้งที่ 3 ในปีนี้ จากความต้องการยารักษาโรคเบาหวานและยาลดน้ำหนักที่แข็งแกร่ง รวมถึงการขยายความครอบคลุมของประกันสุขภาพผ่านโครงการ Medicare Bridge ซึ่งมีผู้ป่วยเข้าถึงยาของบริษัทแล้วประมาณ 500,000 ราย
- Eli Lilly เดินหน้าพัฒนา Retatrutide ยาลดน้ำหนักรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพมากกว่ายาปัจจุบัน เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดยาลดน้ำหนัก และคาดว่าจะยื่นขออนุมัติในช่วงต้นปี 2027
- ราคาหุ้น Eli Lilly +6.6% จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและปรับเพิ่มประมาณการรายได้
- Eli Lilly รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2026 รายได้อยู่ที่ 24,400 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 22,500 ล้านดอลลาร์ นำโดย Mounjaro ยารักษาโรคเบาหวานที่สร้างรายได้ 10,700 ล้านดอลลาร์ และ Zepbound ยาลดน้ำหนักที่สร้างรายได้ 5,350 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทั้งสองผลิตภัณฑ์มีรายได้สูงกว่าคาด
- Eli Lilly ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปี 2026 เป็น 91,000–92,000 ล้านดอลลาร์ จากเดิม 85,000–87,000 ล้านดอลลาร์ หลังความต้องการยาลดน้ำหนักและโรคเบาหวานเติบโตแข็งแกร่ง นับเป็นการปรับเพิ่มประมาณการรายได้ครั้งที่ 3 ในปีนี้
- การขยายความครอบคลุมของประกันสุขภาพช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยา โดยโครงการ Medicare Bridge เปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิ Medicare ที่เข้าเกณฑ์สามารถใช้สิทธิครอบคลุมยาลดน้ำหนักของบริษัท ส่งผลให้มีผู้ป่วยประมาณ 500,000 รายเข้าถึงยาผ่านโครงการนี้ และ ผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 70% เลือกใช้ยาของ Eli Lilly แทนผลิตภัณฑ์ของ Novo Nordisk
- ยาลดน้ำหนัก Foundayo ชนิดรับประทานวันละครั้งมีผลตอบรับต่ำกว่าคาดในช่วงเริ่มต้น โดยสร้างรายได้ 184 ล้านดอลลาร์ เทียบกับประมาณการ 231.2 ล้านดอลลาร์
- ทั้งนี้บริษัทเดินหน้าพัฒนายาลดน้ำหนักรุ่นใหม่ Retatrutide ชนิดฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ซึ่งมีศักยภาพในการลดน้ำหนักได้มากกว่ายาที่มีอยู่ในปัจจุบัน และคาดว่าจะยื่นขออนุมัติในช่วงต้นปี 2027
- ราคาหุ้น Eli Lilly ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.6% หลังผลประกอบการดีกว่าคาดและปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ โดยธุรกิจยาลดน้ำหนักที่เติบโตแข็งแกร่งช่วยผลักดันให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นบริษัทเภสัชกรรมที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก
กองทุนกรุงศรีที่มี Eli Lilly อยู่ใน Top 10 Holdings (ข้อมูล ณ ก.ย. 2569) ได้แก่ KFHHCARE-A, KFHHCARE-D, KFHEALTH-A, KF-QUALITY, KFFUTUREGEN
นโยบายการลงทุน/คำเตือน
- KFHHCARE ลงทุนในกองทุนหลัก JPMorgan Funds - Global Healthcare Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KFHEALTH ลงทุนในกองทุนหลัก JPMorgan Funds - Global Healthcare Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KF-QUALITY ลงทุนในกองทุนหลัก Wellington Global Quality Growth Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KFFUTUREGEN ลงทุนในกองทุนหลัก Goldman Sachs Global Future Generations Equity Portfolio ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท Goldman Sachs Asset Management B.V. โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KFHHCARE และ KFHEALTH มีระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) กองทุนที่เหลือระดับ 6 (เสี่ยงสูง)
- KFKFHEALTH และ KF-QUALITY ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- สำหรับ KFHHCARE และ KFHEALTH กองทุนลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
- เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด
- ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอดูหนังสือชี้ชวน โปรดติดต่อ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจำกัด โทร 0 2657 5757 หรืออีเมล
krungsriasset.clientservice@krungsri.com