Flash Update


Alphabet–Tesla เร่งลงทุน AI ปูทางเติบโตระยะยาว แต่กดดันกำไรระยะสั้น
23 กรกฎาคม 2569
Alphabet–Tesla เร่งลงทุน AI ปูทางเติบโตระยะยาว แต่กดดันกำไรระยะสั้น



สรุปสถานการณ์ Alphabet
  • Alphabet (Google) รายได้ไตรมาส 2 สูงกว่าคาด หนุนโดย Google Cloud โต 82% สะท้อนอุปสงค์ด้าน AI และ Cloud ที่แข็งแกร่ง 
  • หุ้น Alphabet ลดลงราว 4% after-hours หลังบริษัทประกาศเพิ่มงบลงทุนครั้งใหญ่ เป็น 195,000-205,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาด
  • ผู้บริหารและนักวิเคราะห์ยังมองบวกต่อแนวโน้มระยะยาว โดยเชื่อว่าการลงทุนด้าน AI เริ่มแปลงเป็นการเติบโตของ Google Cloud และรายได้ที่แข็งแกร่ง
รายละเอียด
  • Alphabet บริษัทแม่ของ Google ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2026 รายได้อยู่ที่ 119,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่ตลาดคาด จากแรงหนุนของ Google Cloud เติบโต 82% YoY ขณะที่รายได้จาก Cloud Backlog เพิ่มเป็น 514,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนอุปสงค์ด้าน AI Infrastructure ที่ยังแข็งแกร่ง
  • อย่างไรก็ตาม หุ้น Alphabet ปรับตัวลงราว 4% after-hours หลังบริษัทปรับเพิ่มประมาณการ Capex ปี 2026 เป็น 195,000-205,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 180,000-190,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดราว 188,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเร่งลงทุน Data Center, Server และโครงสร้างพื้นฐาน AI รองรับความต้องการที่ยังสูงกว่าอุปทาน
  • ผู้บริหารระบุว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชัน AI จากลูกค้าองค์กรยังแข็งแกร่ง บริษัทเตรียมใช้กำลังประมวลผลจากผู้ให้บริการ Cloud ภายนอกในระยะสั้น แม้จะกดดันอัตรากำไรบางส่วน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและเร่งการเติบโตของธุรกิจ Cloud ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่ายอดขาย Cloud ที่ดีกว่าคาด สะท้อนว่าการลงทุนด้าน AI เริ่มแปลงเป็นรายได้และผลกำไรได้จริง
  • ด้านธุรกิจ Search ยังคงแข็งแกร่ง แม้เผชิญการแข่งขันจาก AI Chatbot โดยรายได้โฆษณา Search ต่ำกว่าคาดเพียงเล็กน้อย ส่วน YouTube มีรายได้ 11.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าคาด ด้าน Gemini มีผู้ใช้งานต่อเดือน 950 ล้านราย ลดลงจากไตรมาสก่อน แต่สูงกว่าที่ตลาดคาด
สรุปสถานการณ์ Tesla
  • รายได้และยอดส่งมอบรถยนต์ Tesla แข็งแกร่งกว่าคาด แต่ Margin และกระแสเงินสดอิสระอ่อนแอกว่าคาด
  • Capex เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากการเร่งลงทุนใน AI, เซมิคอนดักเตอร์, Robotaxi และ Optimus ซึ่งจะกดดันผลกำไรระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานการเติบโตระยะยาว
  • นักวิเคราะห์ประเมินมูลค่าของ Tesla ในฐานะ บริษัท AI และ Robotics มากกว่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยความสำเร็จในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการสร้างรายได้จาก FSD, Robotaxi, Cybercab และ Optimus มากกว่ายอดขายรถยนต์เพียงอย่างเดียว
รายละเอียด
  • Tesla บริษัทรถยนต์ EV สหรัฐฯ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2026 ต่ำกว่าคาด โดยมีกำไรต่อหุ้น 0.33 ดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดที่ 0.51 ดอลลาร์ แม้ว่ารายได้ 28,200 ล้านดอลลาร์ จะสูงกว่าประมาณการ จากยอดส่งมอบรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 25% YoY และรายได้รวมเติบโต 26% YoY
  • ความสามารถในการทำกำไรอ่อนแอลง โดยกำไรสุทธิลดลง 5% YoY ขณะที่ Gross Margin ลดลงเหลือ 16.8% ต่ำกว่าคาดที่ 19.4% และ Operating Margin ลดลงเหลือ 1.4% จาก 4.1% ในปีก่อน เนื่องจากบริษัทลดราคารถเพื่อกระตุ้นยอดขาย ยุติการผลิต Model S และ X ซึ่งเป็นรถยนต์ระดับพรีเมียม และรายได้จาก Regulatory Credits ลดลง
  • Free Cash Flow ติดลบ 1,100 ล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี สะท้อนการลงทุนที่เร่งตัวอย่างมาก โดย Capex เพิ่มขึ้น 142% YoY เป็น 5,790 ล้านดอลลาร์ และตั้งเป้าใช้งบลงทุนกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ โดยเร่งลงทุนใน AI Compute, โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์, แบตเตอรี่, Solar และโครงสร้างพื้นฐานการผลิต
  • นักวิเคราะห์มองว่าการลงทุนจำนวนมากเป็นการแลกกับการเติบโตระยะยาว แม้จะกดดันกำไรและกระแสเงินสดในปัจจุบัน โดยมูลค่าในอนาคตของ Tesla จะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการสร้างรายได้จาก FSD, Robotaxi, Cybercab, Optimus และธุรกิจ Megapack มากกว่ายอดขายรถยนต์เพียงอย่างเดียว
ที่มาข้อมูล: Bloomberg, CNBC อัปเดต ณ 23 ก.ค. 2569 นโยบายการลงทุน/คำเตือน
  • KFINNO ลงทุนในกองทุนหลัก Nikko AM ARK Disruptive Innovation Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KFNDQ ลงทุนในกองทุนหลัก Invesco NASDAQ 100 ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KFUSINDX/KFUSINDFX ลงทุนในกองทุนหลัก iShares Core S&P 500 ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KFHTECH ลงทุนในกองทุนหลัก BGF World Technology Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KF-WORLD-INDX/KF-WORLD-INDFX ลงทุนในกองทุนหลัก iShares MSCI ACWI ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KF-SP500M/KF-SP500MFX Invesco S&P 500® Momentum ETF ลงทุนในกองทุนหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KFGBRAND ลงทุนในกองทุนหลัก Morgan Stanley Investment Fund - Global Brands Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KF-US-PLUS ลงทุนในกองทุนหลัก JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KFGLOBAL/KFGLOBFX ลงทุนในกองทุนหลัก BlackRock Global Unconstrained Equity Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KFFUTUREGEN ลงทุนในกองทุนหลัก Goldman Sachs Global Future Generations Equity Portfolio ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท Goldman Sachs Asset Management B.V. โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KFHTECH มีระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) โดยกองทุนลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนการลงทุน | กองทุนที่เหลือมีระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง)
  • KFGBRAND/KFGLOBAL/KFNDQ/KF-SP500M/KF-US-PLUS/KF-WORLD-INDX ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน | KFGLOBFX/KF-SP500MFX/KFUSINDFX/KF-WORLD-INDFX ไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนกองทุนเหล่านี้จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด
  • ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน 
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอดูหนังสือชี้ชวน โปรดติดต่อ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจำกัด โทร 0 2657 5757 หรืออีเมล krungsriasset.clientservice@krungsri.com
เอกสารประกอบเปิดด้วยโปรแกรม Acrobat Reader หากท่านไม่มีโปรแกรมดังกล่าว คลิกเพื่อ ดาวน์โหลด โปรแกรม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ย้อนกลับ

ลงทุนในกองทุนรวมบลจ.กรุงศรี

บลจ.กรุงศรีมีกองทุนรวมหลายประเภทให้เลือกลงทุนสำหรับทุกเป้าหมายการลงทุน