Flash Update


สหรัฐปรับภาษีใหม่ 15% หลังศาลล้ม Reciprocal Tariffs เอเชีย–จีน–อินเดียได้ประโยชน์
23 กุมภาพันธ์ 2569
สหรัฐปรับภาษีใหม่ 15% หลังศาลล้ม Reciprocal Tariffs เอเชีย–จีน–อินเดียได้ประโยชน์



สรุปสถานการณ์
  • ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6-3 วินิจฉัยว่าการใช้กฎหมาย IEEPA จัดเก็บภาษีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทรัมป์หันไปใช้อัตราภาษีทั่วโลก 15% ภายใต้มาตรา 122 ส่งผลให้อัตราภาษีที่แท้จริงเฉลี่ยอยู่ราว 12% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ Liberation Day
  • เอเชีย จีน อินเดีย บราซิล แคนาดาและเม็กซิโก เป็นผู้ได้ประโยชน์จากอัตราภาษีใหม่ สหราชอาณาจักรและออสเตรเลียเสียเปรียบ ส่วนญี่ปุ่นสูญเสียข้อได้เปรียบเดิม
  • อัตราภาษีที่แท้จริงตั้งแต่ต้นปี 2025 ลดลงเล็กน้อย ทำให้ผลกระทบต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ระยะสั้นมีจำกัด แต่ต้องติดตามภาษีใหม่ภายใต้มาตรา 301 และ 232
รายละเอียด
  • ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัย 6 ต่อ 3 เสียงระบุว่าการใช้กฎหมาย IEEPA เพื่อจัดเก็บภาษีของทรัมป์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • แม้ว่าทรัมป์ได้ประกาศแผนใช้อัตราภาษีทั่วโลกใหม่ที่ระดับ 15% ภายใต้กฎหมายมาตรา 122 ในเวลาต่อมา แต่ Bloomberg ประเมินว่าอัตราภาษีที่แท้จริงโดยเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ราว 12% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่มีการประกาศมาตรการภาษี Liberation Day
  • ด้าน Morgan Stanley ระบุว่าอัตราภาษีเฉลี่ยของฝั่งเอเชียจะลดลงสู่ 17% จาก 20% โดยอินเดีย และบราซิล ได้ประโยชน์จากอัตราภาษีที่ลดลง ขณะที่อัตราภาษีเฉลี่ยของจีนก็ลดลงสู่ 24% จาก 32% และภาษี 10% ที่เกี่ยวข้องกับเฟนทานิลก็ถูกศาลยกเลิกไปด้วย
  • แคนาดาและเม็กซิโกซึ่งเคยเผชิญภาษีที่เกี่ยวข้องกับเฟนทานิลเช่นกัน ก็ได้รับประโยชน์ด้วย หากข้อยกเว้น USMCA ยังคงมีผล ทั้งสองประเทศจะอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบอย่างมาก
  • ในทางตรงกันข้าม ประเทศอย่างสหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย ซึ่งเคยได้อัตราภาษีต่ำที่ระดับ 10% กลับกลายเป็นผู้เสียประโยชน์ ขณะที่ประเทศที่เคยมีอัตราภาษี 15% ซึ่งถือเป็นความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน เช่น ญี่ปุ่น ก็ได้สูญเสียข้อได้เปรียบดังกล่าวไป
  • Goldman Sachs ประเมินว่าการเปลี่ยนจากภาษี IEEPA ไปสู่มาตรา 122 ส่งผลให้อัตราภาษีที่แท้จริงตั้งแต่ต้นปี 2025 ปรับลดลงเล็กน้อยจาก 10% สู่ 9% ทำให้ผลกระทบต่อเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในระยะสั้นเปลี่ยนแปลงจำกัด ทั้งนี้ ยังต้องติดตามถึงการใช้มาตรการภาษีรายประเทศและรายอุตสาหกรรมใหม่ ผ่านกฎหมายมาตรา 301 และมาตรา 232 หลังช่วงเวลามาตรา 122 สิ้นสุด
ที่มา: Bloomberg, Goldman Sachs | อัป 23 ก.พ. 2569
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอดูหนังสือชี้ชวน โปรดติดต่อ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจำกัด โทร 0 2657 5757 หรืออีเมล krungsriasset.clientservice@krungsri.com
เอกสารประกอบเปิดด้วยโปรแกรม Acrobat Reader หากท่านไม่มีโปรแกรมดังกล่าว คลิกเพื่อ ดาวน์โหลด โปรแกรม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ย้อนกลับ

ลงทุนในกองทุนรวมบลจ.กรุงศรี

บลจ.กรุงศรีมีกองทุนรวมหลายประเภทให้เลือกลงทุนสำหรับทุกเป้าหมายการลงทุน