Flash Update


Bond Yield ทั่วโลกปรับขึ้น ตลาดจับตา Fiscal Risk และ Bond Supply
19 สิงหาคม 2569
Bond Yield ทั่วโลกปรับขึ้น ตลาดจับตา Fiscal Risk และ Bond Supply
 


สรุปสถานการณ์
  • Bond Yield ระยะยาวทั่วโลกปรับขึ้นแรงจากหลายปัจจัยทั้ง Fiscal Deficit, Bond Supply, การกู้เงินเพื่อ AI Capex และฐานผู้ซื้อพันธบัตรระยะยาวที่ลดลง ส่งผลให้ Real Yield และ Term Premium สูงขึ้น
  • แรงขาย Bond ยังไม่ได้สะท้อน Inflation Panic เนื่องจาก Long-term Inflation Expectation ยังทรงตัว แต่ระยะสั้น Yield ยังมีโอกาสอยู่ในระดับสูงหรือปรับขึ้นต่อ จาก Fiscal Risk, Bond Supply และราคาพลังงาน
  • นักวิเคราะห์ยังมีมุมมองระมัดระวังแต่ไม่ได้มองเป็นวิกฤต โดยต้องติดตาม US Fiscal Deficit และ Bond Supply, เงินเฟ้อและราคาน้ำมัน รวมถึงพฤติกรรมของนักลงทุนในตลาดพันธบัตรที่กดดันรัฐบาลผ่านการขายพันธบัตร (Bond Vigilantes)
รายละเอียด
  • Bond Yield ระยะยาวทั่วโลกปรับตัวขึ้นแรง โดย US 30Y Yield แตะ 5.32% สูงสุดตั้งแต่ปี 2007 ขณะที่ Yield ของฝรั่งเศส เยอรมนี UK และญี่ปุ่นปรับขึ้นสู่ระดับสูงในรอบหลายปี ซึ่งสะท้อนแรงกดดันต่อ Long-duration Bond ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะสหรัฐฯ
  • แรงกดดันต่อ Yield มาจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งการขาดดุลและหนี้รัฐบาลที่สูงขึ้น, ปริมาณการออกพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น, การกู้เงินระยะยาวของบริษัทเทคโนโลยีเพื่อรองรับ AI Capex และ ฐานผู้ซื้อพันธบัตรระยะยาวแบบดั้งเดิม เช่น Pension Funds ที่ลดลง ส่งผลให้ Real Yield และ Term Premium ปรับสูงขึ้น
  • ระยะสั้น Long-term Yield ยังมีโอกาสทรงตัวในระดับสูงหรือปรับขึ้นต่อ เนื่องจากแรงกดดันด้าน Fiscal Deficit, Bond Supply และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตลาดยังคงอยู่ ขณะที่ความเสี่ยงจากราคาพลังงานและ Geopolitics อาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและนโยบายการเงิน
  • อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของ Yield ยังไม่ได้สะท้อนความกังวลต่อเงินเฟ้อระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ โดย Long-term Breakeven Inflation ในตลาดหลักยังค่อนข้างทรงตัว สะท้อนว่า แรงขายรอบนี้เกิดจาก Real Yield และ Term Premium ที่สูงขึ้น เพื่อชดเชยความเสี่ยงด้าน Fiscal และ Bond Supply มากกว่าความกังวลว่าเงินเฟ้อจะกลับมาพุ่งสูง
  • นักวิเคราะห์ยังมีมุมมองระมัดระวังแต่ไม่ได้มองเป็นวิกฤต โดย AXA IM มองว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า Long Duration มี Total Return ที่น่าสนใจ ส่วน Yardeni Research มองว่า US Bond Yield จะเคลื่อนไหวในกรอบราว 4–5% และ Yield ใกล้ 5% อาจดึงดูดแรงซื้อกลับเช่นเดียวกับปี 2023 ด้าน JPMorgan มองว่าพันธบัตรระยะยาวเริ่มมี Valuation ที่น่าสนใจมากขึ้น
ที่มา: Bloomberg, Reuters อัปเดต ณ 18 ส.ค. 2569
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอดูหนังสือชี้ชวน โปรดติดต่อ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจำกัด โทร 0 2657 5757 หรืออีเมล krungsriasset.clientservice@krungsri.com
เอกสารประกอบเปิดด้วยโปรแกรม Acrobat Reader หากท่านไม่มีโปรแกรมดังกล่าว คลิกเพื่อ ดาวน์โหลด โปรแกรม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ย้อนกลับ

ลงทุนในกองทุนรวมบลจ.กรุงศรี

บลจ.กรุงศรีมีกองทุนรวมหลายประเภทให้เลือกลงทุนสำหรับทุกเป้าหมายการลงทุน