สรุปภาวะตลาด
Flash Update
Fed ขึ้นดอกเบี้ยกดดันหุ้นระยะสั้น ก่อนกลับมาโฟกัสที่ Earnings Growth
16 กันยายน 2569
Fed ขึ้นดอกเบี้ยกดดันหุ้นระยะสั้น ก่อนกลับมาโฟกัสที่ Earnings Growth



- ช่วงแรกหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย ดัชนี S&P500 มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันระยะสั้น ก่อนฟื้นตัว และหลังจากตลาดรับรู้การขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ตลาดจะกลับมาโฟกัสที่ Earnings Growth และแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจมากกว่า
- ในระดับ Sector: ไม่มี Sector ใดที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าหรือแย่กว่าได้ทุกครั้งหลังการขึ้นดอกเบี้ยแต่ละรอบ Energy และ IT มีผลตอบแทนเฉลี่ยค่อนข้างดี ขณะที่กลุ่ม Health Care มักทำผลงานอ่อนแอกว่าดัชนี S&P500

- ตลาดหุ้นมักอ่อนตัวในช่วงเริ่มต้นหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย โดยข้อมูลย้อนหลัง 7 รอบ ตั้งแต่ปี 1988 พบว่าดัชนี S&P500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -2% ใน 3 เดือนแรก ก่อนฟื้นตัวและให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 9% ใน 12 เดือนหลังการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก
- การขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้กดดันตลาดตลอดวัฏจักร เช่น ปี 1997 ดัชนี S&P500 ปรับลง 10% ก่อนฟื้นตัวเมื่อความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมลดลง และกลับมาทำจุดสูงสุดใหม่ภายใน 3 เดือน
- ปัจจุบัน ราคาหุ้นในตลาดได้สะท้อนการปรับขึ้นดอกเบี้ยไปมากแล้ว โดยคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้ง ภายในกลางปี 2027 ทำให้ทิศทางตลาดหุ้นหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับการเติบโตของกำไร (Earnings Growth) มากกว่าปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว ซึ่งคาดการณ์ Earnings Growth ตลาดหุ้นโลกปัจจุบันยังสูงถึง 33.9%
- ในส่วนของผลตอบแทนราย Sector หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกมีความแตกต่างกันในแต่ละรอบ และไม่มี Sector ใดให้ผลตอบแทนดีกว่าหรือแย่กว่าตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ
- Energy และ IT เป็นกลุ่มที่ทำผลงานดีที่สุดโดยเฉลี่ย ในช่วง 3 เดือนหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก โดยให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนี S&P500 ประมาณ 4% ขณะที่ Materials สูงกว่าประมาณ 3%
- Industrials และ Utilities ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนี S&P500 ประมาณ 1% ส่วน Financials และ Communication Services ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงตลาดโดยรวม
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอดูหนังสือชี้ชวน โปรดติดต่อ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจำกัด โทร 0 2657 5757 หรืออีเมล
krungsriasset.clientservice@krungsri.com