สรุปภาวะตลาด
Flash Update
หุ้นสหรัฐฯ และ AI Theme ยังไปต่อ?
11 กันยายน 2569
หุ้นสหรัฐฯ และ AI Theme ยังไปต่อ?

นักวิเคราะห์ยังมองบวก หุ้นสหรัฐฯ
คำเตือน

นักวิเคราะห์ยังมองบวก หุ้นสหรัฐฯ
- มุมมองระยะกลางต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเป็นบวก โดย RBC คงเป้าหมายดัชนี S&P 500 ในช่วง 12 เดือนที่ระดับ 8,150 จุด ขณะที่ HSBC ตั้งเป้าหมายสิ้นปีที่ 8,100 จุด และ Barclays ปรับเพิ่มเป้าหมายขึ้นเป็น 7,950 จุด พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นของบริษัทในดัชนี S&P 500 ปี 2026 เป็น 365 ดอลลาร์ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของกำไรบริษัทและการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญของตลาดหุ้นสหรัฐฯ
- กำไรบริษัทยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด โดย HSBC คาดการณ์ว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตประมาณ 25% ในช่วงครึ่งหลังของปี พร้อมให้น้ำหนักเชิงบวกต่อกลุ่มเทคโนโลยี, การเงิน และอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่ยังคงแข็งแกร่ง
- อย่างไรก็ตาม ตลาดอาจเผชิญความผันผวนและการพักฐานในระยะสั้น โดย RBC ประเมินว่าดัชนี S&P 500 มีโอกาสปรับฐานประมาณ 5–10% แม้ยังคงมุมมองเชิงบวกในระยะกลาง จากปัจจัยด้าน ฤดูกาลลงทุน (Seasonality) ในเดือนกันยายน ความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เงินเฟ้อ และความเสี่ยงต่อประมาณการ EPS ปี 2027 ขณะที่ระดับมูลค่าหุ้น และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
- ราคาน้ำมันและเงินเฟ้อยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อระดับมูลค่าหุ้น และทิศทางนโยบายการเงิน โดย UBS ปรับเพิ่มประมาณการราคาน้ำมันดิบ Brent ณ สิ้นปีจาก 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นระยะเวลานาน อาจเพิ่มแรงกดดันต่อ เงินเฟ้อทั่วไป และคาดการณ์เงินเฟ้อ ส่งผลให้ธนาคารกลางอาจชะลอการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และกดดันระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเติบโต
- AI Infrastructure และ Semiconductor ยังคงทำผลงานโดดเด่นกว่าตลาดโดยรวม แม้ตลาดหุ้นเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร และความกังวลด้านเงินเฟ้อ โดยแรงซื้อยังคงอยู่ในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนด้าน AI โดยเฉพาะชิป AI แบบเฉพาะทาง, Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่าย (Networking Infrastructure) ทั้งนี้ Intel และ Qualcomm ได้รับแรงหนุนจากความร่วมมือด้าน Custom AI Chips กับ Amazon ขณะที่ Lumentum, Corning และ Coherent ได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้านระบบเชื่อมต่อข้อมูลด้วยแสง (Optical Networking) และ Data Center ที่เพิ่มขึ้น
- Memory เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรง โดย UBS คาดว่า Average Selling Price ของ Memory จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในไตรมาสปัจจุบัน และมองว่า DRAM และ NAND มีแนวโน้มอยู่ในภาวะ Supply ตึงตัวต่อเนื่องถึงปี 2027 จากความต้องการ AI Server และ HBM ที่เพิ่มขึ้น
- กลุ่มหน่วยความจำ (Memory) เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของ AI โดย UBS คาดว่า ราคาขายเฉลี่ยของ Memory จะปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในไตรมาสปัจจุบัน และมองว่าตลาด DRAM และ NAND มีแนวโน้มอยู่ในภาวะอุปทานตึงตัวต่อเนื่องถึงปี 2027 จากความต้องการเซิร์ฟเวอร์ AI และหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่เพิ่มขึ้น
- ในระยะถัดไป ข้อจำกัดของการขยายตัวของ AI Infrastructure อาจเปลี่ยนจากกำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ โดย Morgan Stanley มองว่าตลาดจะให้ความสำคัญมากขึ้นกับความพร้อมด้านพลังงาน ความสามารถในการรองรับของระบบโครงข่ายไฟฟ้า ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และระยะเวลาในการอนุมัติโครงการ Data Center สะท้อนว่าการเติบโตของ AI ในระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับการผลิตชิปเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและ Data Center ที่เพียงพอ
- การลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ยังคงสะท้อนถึงความต้องการใช้งานที่แข็งแกร่ง โดย Microsoft, Amazon และ Google มีการลงทุนรวมประมาณ 453,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่มีรายได้ที่รอรับรู้จากสัญญา (Revenue Backlog) รวมประมาณ 1.67 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังมีทั้งความต้องการและรายได้รองรับการลงทุนอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นกับความสามารถในการเปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ให้สร้างผลกำไรและกระแสเงินสดอิสระ เพื่อรองรับระดับการลงทุนที่อยู่ในระดับสูง
- AI Boom เริ่มมีความเชื่อมโยงกับตลาดตราสารหนี้ (Credit Market) มากขึ้น โดยบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ มีการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI แม้บริษัทเหล่านี้ยังมีคุณภาพเครดิต ที่แข็งแกร่งและได้รับความสนใจจากนักลงทุน แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการออกหุ้นกู้ภาคเอกชน ควบคู่กับการออกพันธบัตรรัฐบาลในระดับสูง อาจเพิ่มการแข่งขันในการดึงดูดเงินลงทุนในตลาดตราสารหนี้ และสร้างแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว รวมถึงต้นทุนทางการเงินโดยรวม
- ดังนั้น ประเด็นสำคัญของธีม AI ในระยะถัดไป อาจไม่ได้อยู่เพียงแค่การเติบโตของความต้องการใช้งาน แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) หากรายได้ กำไร และกระแสเงินสด เติบโตไม่ทันกับระดับการลงทุน และภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น ตลาดอาจเริ่มกังวลต่อความสามารถในการชำระหนี้ และต้นทุนทางการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ยังคงอยู่ในระดับสูง
คำเตือน
- เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
- ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
- ผู้ลงทุนสามารถขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.กรุงศรี โทร. 02-657-5757 กด 2 หรือ ตัวแทนสนับสนุนการขายหรือเจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอดูหนังสือชี้ชวน โปรดติดต่อ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจำกัด โทร 0 2657 5757 หรืออีเมล
krungsriasset.clientservice@krungsri.com