Flash Update


J.P. Morgan เพิ่มเป้า S&P500 Earnings แกร่ง–AI หนุนตลาดขาขึ้น
10 สิงหาคม 2569
J.P. Morgan เพิ่มเป้า S&P500 Earnings แกร่ง–AI หนุนตลาดขาขึ้น



สรุปสถานการณ์
  • J.P.Morgan ปรับเป้าดัชนี S&P500 ขึ้นสู่ 8,000 จุด พร้อมเพิ่มคาดการณ์ EPS ปี 2026–27 สะท้อน Earnings Growth ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ 85.1% ของบริษัทที่รายงานงบมีกำไรดีกว่าคาด
  • AI Monetization เริ่มชัดเจนใน Big Tech โดย Microsoft และ Amazon รายงาน Cloud Growth แข็งแกร่ง ขณะที่ Goldman Sachs มองว่านักลงทุนยังมี Exposure ต่อ Magnificent 7 ในระดับต่ำ เปิดโอกาสให้ Fund Flow กลับเข้าสู่ Big Tech หาก Earnings และ AI Momentum ยังดี
รายละเอียด
  • J.P.Morgan ปรับเป้าหมายดัชนี S&P500 สิ้นปี 2026 ขึ้นสู่ 8,000 จุด จาก 7,800 จุด หรือมี Upside 3.1% จากระดับปัจจุบัน พร้อมปรับเพิ่มประมาณการ EPS เป็น 365 ดอลลาร์ ในปี 2026 จาก 350 ดอลลาร์ และ 420 ดอลลาร์ ในปี 2027 จาก 390 ดอลลาร์ สะท้อนมุมมองว่า Earnings Growth ที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนตลาด
  • Earnings Momentum ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดย 85.1% ของบริษัทใน S&P 500 ที่รายงานผลประกอบการแล้วมีกำไรสูงกว่าคาด เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 68% ซึ่งหนุนมุมมองว่าการเติบโตของกำไรยังสามารถรองรับระดับดัชนีที่สูงขึ้นได้
  • อย่างไรก็ตาม J.P.Morgan คง Forward P/E ที่ราว 20 เท่า จากความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และ Supply จากการออกหุ้นและตราสารหนี้ในระดับสูง ดังนั้น Upside ของตลาดระยะต่อไปต้องพึ่งพาการเติบโตของกำไรและการพิสูจน์ผลตอบแทนจาก AI Investment มากกว่าการขยาย Valuation
  • ทั้งนี้ AI Monetization เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นใน Big Tech โดยผลประกอบการของ Microsoft และ Amazon สะท้อนว่า AI Investment กำลังทยอยเปลี่ยนเป็นรายได้จริง ผ่านการเติบโตของธุรกิจ Cloud ที่แข็งแกร่ง โดย Azure เติบโต 43% และ AWS 37% ซึ่งยอดขายของ AWS เร่งตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ส่งผลให้โดยรวมทั้ง Cloud Growth และ Backlog และช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าของ AI Capex
  • Big Tech ยังมีโอกาสได้รับแรงซื้อเพิ่มเติม โดย Goldman Sachs ระบุว่า Exposure ของ  นักลงทุนต่อกลุ่ม Magnificent 7 ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ดังนั้น หากผลประกอบการและ AI Momentum ยังคงแข็งแกร่ง อาจทำให้เกิด Fund Flow กลับเข้าสู่ Big Tech เพิ่มขึ้น ซึ่งจะหนุนทั้งหุ้น Mega-cap และดัชนี S&P500 โดยรวม
ที่มา: Reuters, Bloomberg อัปเดต ณ 10 ส.ค. 2569

กองทุน บลจ. กรุงศรี ที่มีการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเทคโนโลยี ได้แก่ นโยบายการลงทุน/คำเตือน
  • KFUSINDX/KFUSINDFX ลงทุนในกองทุนหลัก iShares Core S&P 500 ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KF-SP500M/KF-SP500MFX Invesco S&P 500® Momentum ETF ลงทุนในกองทุนหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KFNDQ ลงทุนในกองทุนหลัก Invesco NASDAQ 100 ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KFGTECH ลงทุนในกองทุนหลัก T. Rowe Price Funds SICAV - Global Technology Equity Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KFHTECH ลงทุนในกองทุนหลัก BGF World Technology Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
  • KFGTECH/KFHTECH มีระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) โดยกองทุนลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนการลงทุน | กองทุนอื่นๆ มีระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง)
  • KF-SP500M/KFNDQ/KFGTECH ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน | KF-SP500MFX/KFUSINDFX ไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนกองทุนเหล่านี้จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด
  • ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอดูหนังสือชี้ชวน โปรดติดต่อ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจำกัด โทร 0 2657 5757 หรืออีเมล krungsriasset.clientservice@krungsri.com
เอกสารประกอบเปิดด้วยโปรแกรม Acrobat Reader หากท่านไม่มีโปรแกรมดังกล่าว คลิกเพื่อ ดาวน์โหลด โปรแกรม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ย้อนกลับ

ลงทุนในกองทุนรวมบลจ.กรุงศรี

บลจ.กรุงศรีมีกองทุนรวมหลายประเภทให้เลือกลงทุนสำหรับทุกเป้าหมายการลงทุน