Flash Update


Eli Lilly ปรับเพิ่มเป้ายอดขายปี 2026 ยาลดน้ำหนักเติบโตแข็งแกร่ง
06 สิงหาคม 2569
Eli Lilly ปรับเพิ่มเป้ายอดขายปี 2026 ยาลดน้ำหนักเติบโตแข็งแกร่ง



สรุปสถานการณ์
  • Eli Lilly ปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายปี 2026 หลังธุรกิจยาลดน้ำหนักมีผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 แข็งแกร่งกว่าที่คาด ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนว่าการเติบโตของตลาดยาลดน้ำหนักเริ่มชะลอตัว
  • บริษัทคาดว่ายอดขายทั้งปีจะอยู่ที่ 85,000 - 87,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 82,000 - 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ยารักษาโรคเบาหวาน Mounjaro และยาลดน้ำหนัก Zepbound มียอดขายสูงกว่าคาด ขณะที่ยาเม็ดลดน้ำหนัก Foundayo เปิดตัวได้อย่างแข็งแกร่งและทำผลงานดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้
รายละเอียด
  • Eli Lilly รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2026 รายได้อยู่ที่ 22,970 ล้านดอลลาร์ และ EPS อยู่ที่ 8.38 ดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์อย่างมีนัยสำคัญ จากยอดขายยาลดน้ำหนัก Zepbound และยาเบาหวาน Mounjaro ที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
  • ยอดขายยาเบาหวาน Mounjaro เพิ่มขึ้น 91% YoY สู่ 9,940 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาด โดยยอดขายนอกสหรัฐฯ เติบโตถึง 172% จากความต้องการที่แข็งแกร่งในจีน อินเดีย และบราซิล
  • ยอดขายยาลดน้ำหนัก Zepbound อยู่ที่ 4,930 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 46% YoY สูงกว่าคาดเช่นกัน แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะลดลงจากการให้ส่วนลดแก่ผู้ที่จ่ายเงินเอง
  • ในส่วนของยาเม็ดลดน้ำหนัก Foundayo ที่เปิดตัวในเดือนเมษายน มีรายได้ 98 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก ซึ่งการตอบรับจากแพทย์และผู้ป่วยเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • Eli Lilly ครองส่วนแบ่งตลาด GLP-1 ในสหรัฐฯ 60.9% สูงกว่า Novo Nordisk ที่มีส่วนแบ่ง 38.8% ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดยาลดน้ำหนักและเบาหวาน
  • หุ้น Eli Lilly +4.9% หลังประกาศผลประกอบการ ขณะที่หุ้น Novo Nordisk -4.3% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
  • แม้ทั้ง Eli Lilly และ Novo Nordisk จะเผชิญแรงกดดันจากบริษัทประกันและนายจ้างที่ลดความคุ้มครองยาลดน้ำหนักเพราะต้นทุนสูง แต่การขยายสิทธิ์ Medicare ให้ครอบคลุมยากลุ่ม GLP-1 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม คาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนยอดขายในช่วงครึ่งหลังของปี
  • Eli Lilly ระบุว่าความต้องการในต่างประเทศยังแข็งแกร่งและมีความยั่งยืน โดยเฉพาะในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ผู้ป่วยจำนวนมากยินดีชำระค่ายาด้วยตนเอง บริษัทคาดว่าจำนวนผู้ใช้ยา GLP-1 ทั่วโลกจะเพิ่มจากประมาณ 20 ล้านคน ณ สิ้นปี 2025 เป็น 30 ล้านคนภายในสิ้นปี 2026
ที่มา: Bloomberg, CNBC อัปเดต ณ 6 สิงหาคม 2569

กองทุน บลจ.กรุงศรี ที่มี Eli Lilly อยู่ใน Top 10 Holdings (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569) ได้แก่ KFHHCARE, KFHEALTH, KFFUTUREGEN (ปัจจุบันไม่มีกองทุนที่มี Novo Nordisk อยู่ใน Top 10 Holdings)

ข้อมูลกองทุน คลิก: KFFUTUREGEN-A | KFHEALTH-A | KFHEALTH-D | KFHHCARE-A | KFHHCARE-D | KFHCARERMF

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.กรุงศรี โทร. 02-657-5757 หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา หรือ ตัวแทนสนับสนุนการขาย/ เจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน

นโยบายกองทุน/คำเตือน
  • KFFUTUREGEN ลงทุนในกองทุนหลัก Goldman Sachs Global Future Generations Equity Portfolio โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
  • KFHHCARE และ KFHEALTH ทุนในกองทุนหลัก JPMorgan Funds - Global Healthcare Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
  • ระดับความเสี่ยง 7: เสี่ยงสูง
  • KFHEALTH/KFHCARERMF ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน   จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • สำหรับ KFHHCARE และ KFHEALTH กองทุนลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด
  • RMF เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการลงทุนระยะยาวเพื่อเกษียณอายุ | ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอดูหนังสือชี้ชวน โปรดติดต่อ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจำกัด โทร 0 2657 5757 หรืออีเมล krungsriasset.clientservice@krungsri.com
เอกสารประกอบเปิดด้วยโปรแกรม Acrobat Reader หากท่านไม่มีโปรแกรมดังกล่าว คลิกเพื่อ ดาวน์โหลด โปรแกรม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ย้อนกลับ

ลงทุนในกองทุนรวมบลจ.กรุงศรี

บลจ.กรุงศรีมีกองทุนรวมหลายประเภทให้เลือกลงทุนสำหรับทุกเป้าหมายการลงทุน