สรุปภาวะตลาด
Flash Update
เติมพอร์ตลงทุน หมุนให้ทันตลาดด้วยหุ้น Small Cap–ยุโรป–อินเดีย
05 กุมภาพันธ์ 2569
เติมพอร์ตลงทุน หมุนให้ทันตลาดด้วยหุ้น Small Cap–ยุโรป–อินเดีย

สอบถามข้อมูลกองทุน หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.กรุงศรี โทร. 02-657-5757 กด 2
หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา หรือ ตัวแทนสนับสนุนการขาย/ เจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
นโยบายการลงทุนของกองทุน/คำเตือน

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง จากแรงขายในหุ้นกลุ่ม Tech Software แต่หุ้นไม่ได้ลงทั้งตลาด หุ้นส่วนใหญ่ใน S&P500 ยังปรับเพิ่มขึ้นได้ โดยจำนวนหุ้นที่ปรับขึ้นมีมากกว่าหุ้นที่ปรับลดลงในสัดส่วนประมาณ 1.2 ต่อ 1 รวมถึงหุ้นขนาดเล็ก (Small Cap) ก็ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกได้
- ตลาดเกิด Rotation หมุนออกจากหุ้นเทคโนโลยี (Tech) ไปยังหุ้นกลุ่มวัฏจักรเศรษฐกิจ (Cyclical) และหุ้นกลุ่มคุณค่า (Value) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ระดับราคา (Valuation) ยังไม่แพง และเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ที่ตลาดมองว่าเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี
- การปรับขึ้นของตลาดหุ้นเป็นไปในลักษณะกระจายตัวมากขึ้น ไม่ได้ขึ้นแบบกระจุกตัวอยู่เพียงหุ้นหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเหมือนก่อนหน้านี้ สะท้อนจากข้อมูลนับตั้งแต่ต้นปี ที่พบว่า 8 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนี S&P500 สามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้ ขณะเดียวกันดัชนี S&P500 Equal Weight (ซึ่งคำนวณโดยให้น้ำหนักหุ้นทุกตัวในดัชนีเท่ากัน) สร้างผลตอบแทนได้สูงกว่า (Outperform) ดัชนี S&P500 ประมาณ 2.5% รวมถึงดัชนี Russell2000 ซึ่งประกอบด้วยหุ้นขนาดเล็กยังสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้มากกว่า 6% (ข้อมูล ณ 3 ก.พ. 2569)
- บลจ.กรุงศรี ยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มตลาดหุ้นในระยะถัดไป โดยภาพรวมของปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค ยังคงสนับสนุนการปรับขึ้นของตลาดหุ้นโดยรวม สะท้อนสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เอื้อต่อการรับความเสี่ยงของนักลงทุน จากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่าที่ตลาดเคยคาดไว้ก่อนหน้านี้ นโยบายการเงินยังเป็นไปในทิศทางผ่อนคลาย การใช้มาตรการทางการคลังในหลายประเทศ การลงทุนทางด้าน AI ที่จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน และกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีต่อเนื่อง
- อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังคงอยู่ในโหมด Rotation (การหมุนย้ายการลงทุน) ออกจากหุ้นกลุ่ม AI ไปยังหุ้นในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมมากขึ้น มีธีมการลงทุนที่กระจายตัวกว้างขึ้น
- KF-SMCAPD ได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการที่หุ้นขนาดเล็กทั่วโลกอยู่ในภาวะ Laggard คือปรับตัวขึ้นช้ากว่า และให้ผลตอบแทนต่ำกว่าหุ้นขนาดใหญ่มาแล้ว 5 ปีติดต่อกัน สะท้อนโอกาสการฟื้นตัวในระยะถัดไป ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจยังเติบโต ดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาลง กิจกรรม M&A (การควบรวมและซื้อกิจการ) เพิ่มขึ้น รวมถึงระดับราคายังต่ำ และนักลงทุนยังถือครองต่ำ (Under-Owned) ล้วนช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับการลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก
- KF-EUROPE / KF-HEUROPE ได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยสำคัญ ทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปที่เริ่มฟื้นตัว นโยบายการคลังที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการป้องกันประเทศของเยอรมนี รวมถึงการฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน ขณะที่ระดับมูลค่าหุ้นยังไม่แพง และตลาดยุโรปยังอยู่ในภาวะ Under-owned ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจของการลงทุนในระยะถัดไป
- สำหรับกองทุนหุ้นโลก (Global Equity) แนะนำกองทุน KF-GEI ที่คัดหุ้นคุณภาพจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก โดยไม่เจาะจงสไตล์หุ้น เปิดรับโอกาสเติบโตทั้งจากหุ้นคุณค่าและหุ้นเติบโต มุ่งสร้างโอกาสเพิ่ม Income ต่อเนื่อง พร้อมการเติบโตของเงินต้นในทุกสภาวะตลาด โดยกองทุนอยู่ระหว่างเสนอขายครั้งแรก: 4 – 11 กุมภาพันธ์ 2569 ข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่นี่
- KFINDIA ได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านภาษีนำเข้า (Tariff) ที่เริ่มคลี่คลาย หลังสหรัฐฯ และอินเดียบรรลุข้อตกลงการค้า โดยสหรัฐฯ ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียเหลือ 18% ส่งผลให้ค่าเงินรูปีแข็งค่าขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นอินเดียยังอยู่ในภาวะ Laggard โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) อยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ ทำให้นโยบายการเงินยังคงผ่อนคลาย นอกจากนี้ ตลาดหุ้นอินเดียยังมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีไม่สูง ช่วยลดความผันผวนจากการหมุนกลุ่มลงทุน อีกทั้งตลาดยังคงถือครองต่ำ โดยสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหุ้นโลกกลุ่ม Global Active Funds ในตลาดหุ้นอินเดียอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี สะท้อนโอกาสที่กระแสเงินลงทุนจะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นอินเดียในระยะถัดไป
- หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ระยะสั้นอาจยังเห็นความผันผวนหรือการปรับฐาน อย่างไรก็ดี ธีม AI ยังคงมีแนวโน้มเติบโตเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งในระยะยาว ทั้งนี้ ตลาดเริ่มคัดเลือกบริษัทมากขึ้น โดยจะตอบรับเชิงบวกกับบริษัทที่สามารถนำ AI ไปสร้างรายได้และกำไรได้อย่างชัดเจน ขณะที่บริษัทที่มีการลงทุนด้าน AI สูง แต่ยังไม่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างเป็นรูปธรรมอาจเผชิญแรงกดดันจากตลาดในระยะถัดไป
สอบถามข้อมูลกองทุน หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.กรุงศรี โทร. 02-657-5757 กด 2
หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา หรือ ตัวแทนสนับสนุนการขาย/ เจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
นโยบายการลงทุนของกองทุน/คำเตือน
- KF-SMCAPD ลงทุนในกองทุนหลัก Goldman Sachs Global Small Cap CORE Equity Portfolio โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KF-EUROPE/ KF-HEUROPE ลงทุนในกองทุนหลัก Goldman Sachs Europe CORE® Equity Portfolio โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KF-GEI ลงทุนในกองทุนหลัก Invesco Global Equity Income Fund, Class C-Accumulation โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- KFINDIA ลงทุนในกองทุนหลัก FSSA Indian Subcontinent Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV
- ทุกกองทุนมีระดับความเสี่ยง 6: เสี่ยงสูง
- KF-SMCAPD/ KF-EUROPE/ KF-GEI/ KF-INDIA ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด
- ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ข้อมูลกองทุน KF-SMCAPD คลิก
ข้อมูลกองทุน KF-EUROPE คลิก
ข้อมูลกองทุน KF-HEUROPE-A คลิก
ข้อมูลกองทุน KFINDIA-A คลิก
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอดูหนังสือชี้ชวน โปรดติดต่อ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจำกัด โทร 0 2657 5757 หรืออีเมล
krungsriasset.clientservice@krungsri.com