สรุปภาวะตลาดรายวัน


บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด
20/04/2566

ปัจจัยสำคัญ 

  • ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ หลังจากบริษัทจดทะเบียนเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้ นักลงทุนเข้าซื้อหุ้น Defensive ซึ่งเป็นหุ้นที่ปลอดภัยและสามารถต้านทานวัฎจักรทางเศรษฐกิจได้ดี เช่นหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
  • ตลาดหุ้นสหรัฐได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทจดทะเบียน โดยธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์เปิดเผยกำไรในไตรมาส 1/2566 ลดลง 19% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 2.98 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.70 ดอลลาร์/หุ้น และรายได้ลดลง 2% สู่ระดับ 1.452 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยได้รับผลกระทบจากภาวะซบเซาของธุรกิจวาณิชธนกิจ
  • เน็ตฟลิกซ์ ผู้ให้บริการสตรีมมิงภาพยนตร์รายใหญ่ของสหรัฐเปิดเผยกำไรในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 1.31 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.88 ดอลลาร์/หุ้น ลดลงจากไตรมาส 1/2565 ซึ่งอยู่ที่ 1.6 พันล้านดอลลาร์ หรือ 3.53 ดอลลาร์/หุ้น โดยบริษัทระบุว่าขณะนี้มีการแชร์รหัสบัญชีบริการสตรีมมิงมากกว่า 100 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นสัดส่วน 43% ของฐานผู้ใช้งานเน็ตฟลิกซ์ทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถของบริษัทในการลงทุนสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทจะเริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามแชร์รหัสบัญชีในไตรมาส 2 ปีนี้
  • สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ดิสนีย์มีแผนที่จะปลดพนักงานหลายพันคนทั่วโลกในสัปดาห์หน้า ซึ่งรวมถึงพนักงานในธุรกิจทีวี, ภาพยนตร์ และสวนสนุก โดยพนักงานที่ถูกปลดจะได้รับหนังสือแจ้งเตือนอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 24 เม.ย.นี้
  • ข้อมูลจาก Refinitiv IBES ระบุว่า นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า บริษัทในดัชนี S&P 500 จะรายงานตัวเลขกำไรลดลง 4.8% ในไตรมาส 1/2566
  • ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ แต่ยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือน อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการซื้อขายได้รับผลกระทบจากการแสดงความเห็นในเชิงคุมเข้มนโยบายการเงินของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งบ่งชี้ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก
  • นายฟิลิป เลน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ ECB สนับสนุนให้ ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในการประชุมครั้งหน้า แต่ขนาดของการปรับขึ้นจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ โดยโกลด์แมน แซคส์ปรับเพิ่มคาดการณ์ระดับอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของ ECB สู่ 3.75% จากเดิมที่ 3.5%
  • อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 10.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อนในเดือน มี.ค. ชะลอลงจาก 10.4% ในเดือน ก.พ. แต่สูงกว่าที่ตลาดคาดว่าอาจอยู่ที่ 9.8%
  • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีน หลังจากทางการจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยวานนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 4.5% ในไตรมาส 1/2566 เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2565 และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าอาจจะขยายตัว 4% ในขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มี.ค.ของจีนปรับตัวขึ้น 3.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดไว้ว่าอาจจะเพิ่มขึ้น 4%
  • การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มี.ค.ของจีนปรับตัวขึ้น 3.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดไว้ว่าอาจจะเพิ่มขึ้น 4%
  • ตลาดหุ้นไทยวานนี้ ซื้อขายในแดนลบเกือบตลอดทั้งวัน ปิดปรับตัวลดลง ทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาค หลังบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/66 ซึ่งผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่บางแห่งออกมาต่ำกว่าที่คาด และดาวโจนส์ฟิวเจอร์สปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงกังวลว่าเฟดจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
  • ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของไทยเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 10 ปีที่ 97.8 ในเดือน มี.ค. จาก 96.2 ในเดือน ก.พ. โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของอุปสงค์ภายในประเทศ รายได้ภาคการเกษตรปรับตัวสูงขึ้น และภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง

มุมมองการลงทุนจาก บลจ.กรุงศรี

เป็นไปตามที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ ว่าตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับผลการประกาศกำไรบริษัทจดทะเบียน ดังนั้น การลงทุนจึงควรมีหุ้นกลุ่ม Defensive ไว้เพื่อเป็นพอร์ตการลงทุนหลักให้กับพอร์ตการลงทุน

สรุปภาพรวมตลาด

  • ต่างประเทศ
    • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,897.01 จุด ลดลง 79.62 จุด หรือ -0.23%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,154.52 จุด ลดลง 0.35 จุด หรือ -0.01% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,157.23 จุด เพิ่มขึ้น 3.81 จุด หรือ +0.03%
    • ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 468.13 จุด ลดลง 0.49 จุด หรือ -0.10%
    • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,370.13 จุด ลดลง 23.20 จุด หรือ -0.68%
    • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค. ร่วงลง 1.70 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 79.16 ดอลลาร์/บาร์เรล
    • สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน มิ.ย. ลดลง 12.40 ดอลลาร์ หรือ 0.61% ปิดที่ 2,007.30 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ในประเทศ
    • SET ปิดที่ 1,580.73 ลบ 13.12 จุด (-0.82%) Trading Volume: 55,198.22 ล้านบาท – มูลค่าการซื้อขายน้อย โดยตลาดหุ้นไทยมีการซื้อขายมากที่สุดในหุ้นกลุ่มพลังงาน (-1.33%) ตามด้วยกลุ่มธนาคาร (-0.64%) และกลุ่มพาณิชย์ (-0.23%) นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,781.62 ล้านบาท
    • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปิดแกว่งตัว 1-2 bps แบ่งตามช่วงอายุ ดังนี้
      • อายุ 1-5 ปี ปิดปรับขึ้น 1 bp
      • อายุ >5-10 ปี ปิดปรับขึ้น 1 bp
      • อายุ >10 ปีขึ้นไป ปิดปรับขึ้น 1 bp
      • IRS SWAP ปิดปรับขึ้น 1-4 bps
    • นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 7,648.52 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 5,700.72 ล้านบาท
ที่มา : Bloomberg, Econaday, KSS, Ryt9

กองทุนที่มีนโยบายลงทุนใน
 
ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | สำหรับกองทุน SSF/RMF/LTF/Thai ESG ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน|สำหรับกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศจะมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง หรือสังคมของประเทศที่กองทุนไปลงทุนได้ | เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ย้อนกลับ


ลงทุนในกองทุนรวมบลจ.กรุงศรี

บลจ.กรุงศรีมีกองทุนรวมหลายประเภทให้เลือกลงทุนสำหรับทุกเป้าหมายการลงทุน