พลังของดอกเบี้ยทบต้นกับการลงทุนในกองทุน RMF




ใครที่มองเห็นความสำคัญของการเก็บเงินเพื่ออนาคต รวมไปถึงการวางแผนเกษียณแต่ยังไม่ได้เริ่มลงมือทำ เพราะกะจะรอให้มีเงินเดือนสูงๆ ก่อนหรือคิดว่าแต่ละเดือนก็แทบจะไม่พอใช้อยู่แล้วจะเหลือเงินที่ไหนมาเก็บออม  
บทความนี้อาจช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คุณเริ่มวางแผนเก็บเงินและปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันนี้ เพราะเมื่อเป็นเรื่องของการออม หากเริ่มก่อนย่อมได้เปรียบ เนื่องจากการออมเงินมีพลังพิเศษที่เรียกว่า “พลังของดอกเบี้ยทบต้น” นั่นเอง ซึ่งถ้าหากยังรีรอไม่เริ่มลงมือเก็บออม อนาคตหลังเกษียณที่ไม่มีรายได้เข้ามา จากที่เคยใช้เงินแบบเดือนชนเดือนจะกลายเป็น “ไม่มีเงินใช้” ได้ง่ายๆ !!!

พอพูดถึงการลงทุนยาวๆเพื่ออนาคต หรือเพื่อเตรียมตัวสู่วัยเกษียณ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือที่เรียกว่ากองทุนRMF  มักจะถูกพูดถึงเป็นอันดับแรกในฐานะเครื่องมือสำคัญในการเตรียมพร้อมสำหรับการเกษียณอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากการลงทุนใน RMF จะกำหนดให้เราลงทุนสะสมต่อเนื่องทุกปี และไม่เปิดช่องทางให้เราเอาเงินก้อนนี้ออกมาใช้จ่ายได้ระหว่างทาง จึงทำให้เงินลงทุนใน RMF มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีจากพลังของดอกเบี้ยทบต้นอย่างเต็มที่ 
 
‘ดอกเบี้ยทบต้น’ กับหลักการออมก่อน รวยกว่า
ดอกเบี้ยทบต้นจะเกี่ยวข้องกับ 3 ปัจจัยสำคัญ คือ ระยะเวลาในการลงทุน อัตราผลตอบแทน และการนำผลตอบแทนมาลงทุนเพิ่ม (Reinvest) ยิ่งเวลาผ่านไปผลตอบแทนก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เพื่อให้เข้าใจหลักการ ‘การออมก่อน รวยกว่า’ จึงขอแสดงพลังของดอกเบี้ยทบต้นจากตารางการออมเงินของระหว่างนายออมก่อน และนายออมหลัง ดังนี้

 

 
กรณีที่นายออมก่อนและนายออมหลังตั้งเป้าหมายไว้ว่า ต้องการมีเงินออมตอนเกษียณเมื่ออายุ 55 ปี เป็นเงิน 1 ล้านบาท โดยจะเริ่มลงทุนในกองทุน RMF และตั้งสมมติฐานว่าได้รับผลตอบแทนที่ 5% ต่อปีเท่ากัน ซึ่งแต่ละคนจะลงทุนสม่ำเสมอด้วยจำนวนเงินเท่ากันทุกปี  
แต่มีข้อแตกต่างคือ นายออมก่อนเริ่มต้นลงทุนเร็วกว่า โดยเริ่มต้นลงทุนตั้งแต่อายุ 21 ปี ในขณะที่นายออมหลังเลือกที่จะลงทุนในกองทุน RMF ตอนอายุ 31 ปี 
นายออมก่อนมีระยะเวลาในการลงทุนนานกว่า คือ 35 ปี ทำให้ใช้เงินลงทุนปีละ 10,545 บาทเท่านั้นก็สามารถมีเงินถึง 1 ล้านบาทตามที่ตั้งใจไว้ตอนอายุ 55 ปี  ส่วนนายออมหลังมีระยะเวลาลงทุนน้อยกว่าคือมีระยะเวลาลงทุน 25 ปี ทำให้ต้องลงทุน 19,955 ต่อปี จึงจะสามารถมีเงินครบ 1 ล้านบาทได้อย่างที่ต้องการ


ผลลัพธ์ของการลงทุนในครั้งนี้ทั้ง 2 คนสามารถมีเงินลงทุนในกองทุน RMF ตอนเกษียณเมื่ออายุ 55 ปี เป็นเงิน 1 ล้านบาทเหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงที่นายออมก่อนได้รับประโยชน์จากพลังของดอกเบี้ยทบต้นที่มากกว่าและใช้เงินลงทุนจำนวนน้อยกว่าเนื่องจากเริ่มต้นลงทุนเร็ว

หากเริ่มต้นลงทุนได้เร็ว เราไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก เพราะยิ่งมีเวลาให้เงินทำงานสะสมผลตอบแทนได้นาน โอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยทบต้นก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง 

ความน่าสนใจของการลงทุนในกองทุน RMF 
  • มีระยะเวลาให้เงินทำงานและงอกเงย 
หลักการของดอกเบี้ยทบต้นใช้ได้ดีกับการลงทุนใน RMF ถ้าเริ่มต้นลงทุนในกองทุน RMF ตั้งแต่อายุยังน้อย จะช่วยให้การเก็บออมเป็นไปแบบสบายๆ สามารถทยอยลงทุนได้ทุกปีโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ และยังสามารถเลือกเน้นลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นได้ เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนสูงเพราะมีระยะเวลาในการทำงานมีรายได้และลงทุนได้อีกยาวนาน 
  • ปรับพอร์ตได้ตามสถานการณ์
กองทุน RMF มีนโยบายการลงทุนหลากหลาย ลงทุนในสินทรัพย์ที่แตกต่างกัน และผู้ลงทุนสามารถสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปมาระหว่าง RMF ด้วยกันได้ เพื่อปรับพอร์ตตามปัจจัยต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น อายุที่มากขึ้นหรือระดับความเสี่ยงที่รับได้ลดลง ก็สามารถสับเปลี่ยนมาลงทุนใน RMF ตราสารหนี้ที่เสี่ยงน้อยกว่า RMF ที่ลงทุนในหุ้นได้ เป็นต้น
 
การซื้อ RMF ช่วยประหยัดภาษี
นอกจากจะเป็นเครื่องมือในการวางแผนเกษียณแล้ว การซื้อ RMF ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเสียภาษีได้ถึง 2 ต่อ ดังนี้
ต่อที่ 1 : ได้รับการลดหย่อนภาษี
สำหรับผู้ลงทุนที่ลงทุนในกองทุน RMF ต่อเนื่องในทุกๆ ปี และปฏิบัติตามเงื่อนไข จำนวนเงินที่ลงทุนนั้นจะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีในทุกปี เช่น หากผู้ลงทุนมีรายได้ที่ต้องเสียภาษีฐาน 15% และซื้อกองทุน RMF จำนวน 10,000 บาท ผู้ลงทุนก็จะเสียภาษีลดลง 1,500 บาท เป็นต้น 
นอกจากนี้ เมื่อมีรายได้มากขึ้น อัตราภาษีขั้นสูงสุดที่จะต้องจ่ายในแต่ละปีก็อาจจะสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งถ้าลงทุนในกองทุน RMF ทุกปีก็เท่ากับว่าจะสามารถประหยัดเงินภาษีเพิ่มมากขึ้น
ต่อที่ 2 : ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ 
เมื่อลงทุนกองทุน RMF ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด ตอนขายคืนหน่วยลงทุนเมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป กำไรจากการลงทุน (Capital Gain) จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้อีกด้วย 

 
เริ่มต้นลงทุน RMF ด้วยวิธีการแบบ DCA 
การลงทุนในกองทุน RMF เหมาะสำหรับการลงทุนแบบ DCA (Dollar Cost Averaging) ซึ่งเป็นวิธีการลงทุนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ลงทุนสามารถลงทุนแบบถัวเฉลี่ยในจำนวนเท่าๆ กันในแต่ละงวด เช่น ลงทุนรายเดือน หรือรายไตรมาส เป็นการลงทุนแบบอัตโนมัติไปเรื่อยๆ โดยตั้งเป้าหมายเป็นจำนวนเงินรวมที่ต้องการลงทุนเป็นหลัก 
หากต้องการจะลงทุนใน RMF ทั้งปีรวม 36,000 บาท ก็กำหนดไว้ว่าจะลงทุนเท่ากันทุกเดือนในวันที่รับเงินเดือน เดือนละ 3,000 บาท รวมยอดทั้งปีก็จะครบตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งปัจจุบันการทำรายการลงทุนแบบประจำทุกเดือนแบบนี้ สามารถตั้งรายการไว้ได้ผ่านช่องทางออนไลน์หรือ Mobile Application ที่สะดวกรวดเร็ว และไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะลืมลงทุน
 
 
ข้อดีจากการลงทุนแบบ DCA
  • กระจายความเสี่ยงด้วยการถัวเฉลี่ยต้นทุน
การลงทุนสม่ำเสมอหลายงวดแบบนี้ ถือเป็นการเฉลี่ยต้นทุนทำให้ได้ “ค่าเฉลี่ย” ของราคาหน่วยลงทุน เพราะราคาหน่วยลงทุนอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตลอดเวลา ถ้าซื้อด้วยเงินก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียว จะมีความเสี่ยงกว่า เพราะอาจได้หน่วยลงทุนในจังหวะที่ราคาสูงอยู่ก็ได้ 
  • ไม่ต้องกังวลกับสภาวะตลาด 
ด้วยรูปแบบการลงทุนแบบ DCA ผู้ลงทุนจึงไม่ต้องกังวลกับสภาวะตลาดเพราะเป็นการลงทุนตามเวลาที่กำหนดโดยไม่ต้องจับจังหวะว่าราคาหน่วยลงทุนกำลังจะขึ้นหรือลง ควรซื้อเลยหรือรอไปก่อนดี ซึ่งในความเป็นจริงเราอาจจับจังหวะการลงทุนผิดก็ได้ การตัดความกังวลออกไปจึงช่วยให้การลงทุนมีความต่อเนื่อง และเป็นไปตามเป้าหมายได้
กองทุน RMF แนะนำ คลิกที่นี่


KFCLIMARMF  ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ  DWS Invest ESG Climate Tech โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี > 80% ของ NAV เน้นลงทุนในธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ มีการนำเทคโนโลยีมาช่วย “ลด” ผลกระทบ หรือ “ปรับ” รูปแบบธุรกิจให้สามารถเติบโตท่ามกลางภาวะ Climate Change ซึ่งครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโตไปกับเมกะเทรนด์ระยะยาวของโลกในการรักษาสิ่งแวดล้อม
กองทุนมีความเสี่ยงระดับ 6 : เสี่ยงสูง และป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
ดูข้อมูลกองทุน KFCLIMARMF  คลิกที่นี่

KFGBRANRMF ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ Morgan Stanley Investment Fund - Global Brands Fund (Class Z)  โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV เน้นลงทุนในบริษัทเจ้าของแบรนด์แข็งแกร่งชั้นนำระดับโลกที่ติดตลาด และมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน  
กองทุนมีความเสี่ยงสูงระดับ 6  และป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
ดูข้อมูลกองทุน KFGBRANRMF คลิกที่นี่

KFGGRMF ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ Baillie Gifford Worldwide Long Term Global Growth Fund  เน้นลงทุนในหุ้นเติบโตที่ได้รับประโยชน์จากแรงขับเคลื่อนของกระแสโลกาภิวัฒน์และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เช่น ธีม E-commerce ธีมเกี่ยวกับสื่อออนไลน์ ธีมรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ  และ ธีมนวัตกรรมด้านสุขภาพและการแพทย์ ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง
กองทุนมีความเสี่ยงสูงระดับ 6  สูง และกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
ดูข้อมูลกองทุน KFGGRMF คลิกที่นี่

สรุป 
สิ่งสำคัญของการลงทุน RMF คือ วินัยในการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เวลา และนโยบายการลงทุนที่เหมาะสม และต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาข้อมูลกองทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และคู่มือภาษี พร้อมจัดพอร์ตกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายเพิ่มเติม เนื่องจากไม่มีสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในทุกภาวะเศรษฐกิจ
สำหรับใครที่สนใจจะลงทุนในกองทุน RMF บลจ.กรุงศรี พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำกองทุนที่เหมาะสม โดยสามารถดูรายละเอียดหรือสอบถามรายละเอียดข้อมูลกองทุนเพิ่มเติม เพื่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. กรุงศรี โทร. 02-657-5757 หรือ  ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขาทั่วประเทศ


RMF ลงทุนเพื่อเกษียณอายุ  
ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน / ผู้ถือหน่วยลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หากไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน 

ย้อนกลับ