“ชีวิตดีเริ่ด” สร้างได้ สไตล์คุณ


Cover01_v2.jpg
 

เคยถามตัวเองบ้างมั้ย?
...
ว่าเรามีเงินเก็บไว้ใช้สำหรับเรื่องต่างๆ ในอนาคต
มากน้อยแค่ไหน?

ไม่ว่าจะเผื่อไว้ใช้เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน
เก็บออมไว้ใช้ในวัยเกษียณ หรือจะเพื่อเป้าหมายอื่นๆ ในชีวิต

จริงอยู่ว่ามีเงินไม่ได้การันตีว่าจะมีความสุข แต่ถ้าไม่มีเงินใช้ก็คงไม่มีความสุขแน่ๆ   แล้วจะทำยังไงให้มีเงินใช้ทั้งในวันนี้และอนาคต คำตอบง่ายๆ คือทำงานแล้วก็เก็บเงิน ไม่ว่าจะเป็นงานประจำ ฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์ เปิดร้านกาแฟ ทำขนมขาย ต้องเก็บเงิน แล้วก็ต้องหาวิธีทำให้เงินเก็บงอกเงยขึ้น 
 

“เก็บเงิน” ว่ายากแล้ว
ที่ยากกว่าคือทำยังไงให้ “เงินเก็บโตเป็นเงินก้อน”

ท่าถนัดของทุกคนคือ ฝากธนาคารรับดอกเบี้ย แต่เมื่อเจอดอกเบี้ยต่ำต้อยน้อยนิด เกิดเปลี่ยนใจอยากหาทางเลือกอื่น ก็จะเห็นใครๆ แนะนำว่าต้องเอาเงินไป “ลงทุน” ซึ่งดูจะเป็น “ท่ายาก” กว่าการฝากเงินเยอะเลย ถึงตรงนี้คำถามจึงพรั่งพรู
 
“ลงทุนไปแล้วจะขาดทุนมั้ย?”
“มีเงินเหลืออยู่นิดเดียวในแต่ละเดือน จะเอาไปลงทุนอะไรดี”
“เล่นหุ้นไม่เป็น ควรลงทุนอะไร?”
“ความรู้ก็ไม่มี จะลงทุนได้ไง?”
 
เมื่อมองว่าการลงทุนเป็นเรื่องยาก เต็มไปด้วยข้อมูลที่ต้องเข้าใจ และไกลตัว หลายคนจะกลัวแล้วไม่อยากลงทุน แต่ถ้าเราเจอหาทางเลือกที่ให้เราลงทุนได้ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ไม่ใช้เงินเยอะ และไม่เสี่ยงสูงเกินไป น่าจะจูงใจให้เริ่มลงทุนได้ไม่ยากนัก

slide_1_v2.jpg
 

เริ่มต้น “ชีวิตดีเริ่ด” ด้วยการลงทุน

“หุ้น” อาจจะเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่คุ้นหูคุ้นตา ข่าวหุ้นขึ้นหุ้นลง เป็นเรื่องที่ได้ยินบ่อยๆ ทำใมคนชอบหุ้น 

คำตอบ คือ เพราะหุ้นเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงในระยะยาว การที่อัตราผลตอบแทนสูง จะช่วยเพิ่มการเติบโตของเงินลงทุน พูดง่ายก็คือการช่วยให้เรามีเงินก้อนใหญ่ได้เร็วขึ้น ถึงจะเป็นอย่างนั้น หุ้นก็ไม่ใช่สินทรัพย์เดียวที่น่าลงทุน เพราะหุ้นมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูงด้วย เราจึงควรเลือกลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อสร้างความสมดุล ไม่ให้เงินทั้งหมดของเราไปเสี่ยงอยู่ในหุ้นอย่างเดียว   ตราสารหนี้ อย่างพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้บริษัทเอกชน มีข้อดีที่ความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น แม้จะให้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากไม่เยอะ ส่วน REITs กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (INFRAs)  จะมีความเสี่ยงปานกลาง มีโอกาสให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ เหล่านี้คือสินทรัพย์ที่มักจะได้ยินกันบ่อยๆ 


 

หลักการลงทุนที่ดี

คือ ต้องกระจายความเสี่ยงด้วยการคัดเลือกสินทรัพย์ให้เหมาะสม และลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทด้วยสัดส่วนที่เหมาะสมกับวัยและความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ เช่น ถ้ายังอายุน้อย ก็ควรลงทุนในหุ้นเป็นส่วนใหญ่ของพอร์ต ยิ่งถ้าไม่มีภาระทางการเงินมากนัก สัดส่วนการลงทุนในหุ้น ก็อาจสูงได้ถึง 75% เพราะยังมีระยะเวลาลงทุนได้อีกนาน แม้ราคาหุ้นจะขึ้นลงหวือหวาในระยะสั้นๆ แต่ด้วยระยะเวลาการลงทุนที่ยาวขึ้น ช่วยลดเรื่องโอกาสขาดทุนจากความผันผวนของราคาหุ้นได้ ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารหนี้เพื่อลดความเสี่ยง
จากสถิติจะเห็นว่าในปีที่ตลาดหุ้นติดลบ ตราสารหนี้ยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระดับที่น่าสนใจ แต่ในปีที่ตราสารหนี้ติดลบ หุ้นก็สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นเช่นกัน ยิ่งกว่านั้นก็คือยังไม่มีปีใดที่ตราสารหนี้และตลาดหุ้น ให้ผลตอบแทนติดลบพร้อมๆ กัน (ที่มา: Morningstar ณ 31 ธ.ค. 61 / ข้อมูลผลตอบแทนของหุ้นอ้างอิงจาก SET TR Index, ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล อ้างอิงจาก ThaiBMA Government bond TR Index และผลตอบแทนของตราสารหนี้ระยะสั้น 1 ปี อ้างอิงจาก ThaiBMA Zero return 1Y TR Index )


 

แล้วจะลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายเหล่านี้ได้อย่างไร?
จัดสัดส่วนแบบไหนดี?

คำตอบนี้กองทุนรวมช่วยได้ โดยที่เราไม่ต้องมีเงินเยอะ ไม่ต้องจัดสรรแบ่งเงินลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เองให้ยุ่งยาก 

 

กองทุนผสม โอกาสลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ในสัดส่วนที่เหมาะสม

กองทุนรวมมีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะลงทุนในสินทรัพย์ใดบ้าง และมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพมาช่วยจัดสัดส่วนการลงทุนให้โดยผ่านการวิเคราะห์ข้อมูล ติดตามสถานการณ์ต่างๆ ด้วยความเชี่ยวชาญ เราจึงลงทุนได้อย่างสบายใจ อย่างเช่น  “กองทุนเปิดกรุงศรีชีวิตดีเริ่ด (KFSUPER)” เป็นกองทุนผสมที่ลงทุนทั้งในตราสารหนี้ หุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีการปรับสัดส่วนในสินทรัพย์ต่างๆ อย่างยืดหยุ่น ไปตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา เพื่อรักษาระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด รวมทั้งสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ กองทุนมีระดับความเสี่ยง 5 – เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง
ความยืดหยุ่นเกิดจากโอกาสในการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น ที่ลงทุนสูงสุดได้ถึง 75% (หุ้น REITs และ INFRAs ลงทุนได้ตั้งแต่ 0% จนถึง 75%) และยังสามารถสร้างสมดุลให้พอร์ต ด้วยการลงทุนในตราสารหนี้ขั้นต่ำ 25% และสามารถถือปรับเพิ่มสูงสุดได้เต็ม 100% เมื่อตลาดหุ้นมีแนวโน้มไม่ดี

 

4 เหตุผลที่ KFSUPER ตอบโจทย์การลงทุน

  • ลงทุนง่าย ครบ จบในกองทุนเดียว ไม่ต้องตัดสินใจเลือกสินทรัพย์และจัดสัดส่วนกระจายลงทุนเอง
  • จัดสรรพอร์ตการลงทุน โดยผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ ให้เหมาะกับสถานการณ์
  • กระจายลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ REITs  และ INFRAs
  • โอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีระยะยาว จากการผสมผสานหลายสินทรัพย์
 

สุดท้ายแต่สำคัญที่สุด คือ ต้องเริ่มลงทุน หากแต่ดูข้อมูลจนเข้าใจ แต่ไม่เริ่มลงมือเสียที “ชีวิตดีเริ่ด” ก็คงเป็นเพียงความหวัง ไม่ใช่ความจริง
 

การลงทุนมีประโยชน์หลายอย่าง ทั้งทำให้เงินเติบโตได้มากกว่าและเร็วกว่าแค่ฝากเงินอย่างเดียว แล้วยังจูงใจให้เราใช้เงินน้อยลง เพราะเมื่อเราเห็นเงินโตขึ้น เรามักจะมุ่งมั่นเก็บเงินไปลงทุนมากขึ้นด้วย ดังนั้นไม่ว่า “ชีวิตดีเริ่ด” ของคุณจะเป็นอย่างไร ตั้งเป้าหมาย แล้วเริ่มลงทุนตั้งแต่วันนี้ คุณก็จะขยับเข้าใกล้เป้าหมายนั้นมากขึ้น 
 

รายละเอียดเพิ่มเติม KFSUPER  และ  KFSUPERRMF  คลิกที่นี่


 
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง และสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน | RMF เป็นกองทุนที่ลงทุนเพื่อเกษียณอายุ   |   อ่านคู่มือการลงทุน RMF ได้ที่นี่
 

ย้อนกลับ