สรุปภาวะตลาดรายวัน


บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด
13/12/2566

ปัจจัยสำคัญ 

  • ตลาดหุ้นสหรัฐทั้ง 3 ดัชนีหลักปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 นำโดยดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. 65 ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. 65 และดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. 65 หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ (13 ธ.ค.) ตามเวลาสหรัฐ
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือน พ.ย. วานนี้ (12 ธ.ค.) โดยดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือน พ.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 3.2% ในเดือน ต.ค. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.0% ในเดือน พ.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 4.0% ในเดือน ต.ค.
  • FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.4% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25 - 5.50% ในการประชุมวันที่ 12 - 13 ธ.ค. 66 และคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยระดับเดียวกัน ในการประชุมเดือน ม.ค. 67 และ มี.ค. 67 ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00 - 5.25% ในการประชุมเดือน พ.ค. 67
  • ผลการสำรวจของสำนักข่าว CNBC เปิดเผยว่า นักวิเคราะห์มากกว่า 50% จากจำนวน 35 ราย เชื่อว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือน มิ.ย. 67 และนักวิเคราะห์ 69% คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่งในเดือน ก.ค. 67 นอกจากนี้ผลการสำรวจเฉลี่ยพบว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 0.85% ในปี 2567 ขณะเดียวกันได้เพิ่มความเป็นไปได้สู่ระดับ 47% ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรือซอฟท์แลนดิ้งในปีหน้า และลดความเป็นไปได้ที่จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยเหลือเพียง 41%
  • นักลงทุนรอติดตามผลการประชุมเฟดซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ (13 ธ.ค.) ตามเวลาสหรัฐ รวมทั้งรอติดตามการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด (dot plot) และถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปี 2567
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอื่นๆ ที่นักลงทุนรอติดตามในสัปดาห์นี้ โดยในวันนี้ (13 ธ.ค.) สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน พ.ย. ส่วนในวันพฤหัสบดี (14 ธ.ค.) จะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์และยอดค้าปลีกเดือน พ.ย. และในวันศุกร์ (15 ธ.ค.) จะเปิดเผยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย. รวมทั้งดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือน ธ.ค. จากเอสแอนด์พี โกลบอล
  • ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ โดยตลาดปรับตัวลงหลังการเปิดเผยข้อมูล CPI ของสหรัฐทำให้บรรดาเทรดเดอร์ปรับลดการคาดการณ์ที่ว่า เฟดอาจเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือน มี.ค. ปีหน้า และนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางรายใหญ่ต่างๆ ในสัปดาห์นี้
  • ธนาคารกลางสหรัฐ ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางยุโรปจะประชุมกำหนดนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้ ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์คาดว่า ทั้ง 3 ธนาคารจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิม
  • ปัจจัยถ่วงตลาดยังมาจากการที่ค่าแรงในอังกฤษยังคงเพิ่มขึ้นเร็วเกินกว่าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ที่จะสนับสนุนแนวโน้มในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแม้การขยายตัวของค่าแรงชะลอตัวลงมากที่สุดในรอบเกือบ 2 ปีก็ตาม
  • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวก โดยตลาดฟื้นตัวหลังจากที่ดิ่งลงเมื่อวานนี้ อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินฝืดของจีน ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของจีนในสัปดาห์นี้
  • ทางการจีนมีกำหนดเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงยอดปล่อยกู้สกุลเงินหยวนเดือน พ.ย. ยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เดือน พ.ย. ดัชนีราคาบ้านเดือน พ.ย. การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือน พ.ย. ยอดค้าปลีกเดือน พ.ย. การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย. และอัตราว่างงานเดือน พ.ย.
  • ตลาดหุ้นไทยปิดลบ เปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงไม่ถึง 5 นาทีแรก ก่อนที่จะร่วงลงซื้อขายในแดนลบตลอดช่วงที่เหลือของวัน ปิดตลาดปรับตัวลดลง สวนทางกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ต่างปิดปรับตัวสูงขึ้น

มุมมองการลงทุนจาก บลจ.กรุงศรี

หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สอดคล้องคาดการณ์ และชะลอตัวจากเดือน ต.ค. โดยถึงแม้จะยังสูงแตะระดับ 3% แต่ก็อยู่ในทิศทางที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเชื่อมั่นของตลาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมในสัปดาห์นี้ และจะเริ่มทยอยลดดอกเบี้ยในกลางปีหน้าเป็นต้นไป เป็นปัจจัยหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงยังมีความน่าสนใจ แนะนำลงทุนเมื่อราคาปรับย่อลงมาทั้งในตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นโลก เพื่อเก็งกำไรระยะสั้น ทั้งนี้ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลดหย่อนภาษี แนะนำลงทุนตามความเสี่ยงที่สามารถรับได้

สรุปภาพรวมตลาด

  • ต่างประเทศ
    • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 36,577.94 จุด เพิ่มขึ้น 173.01 จุด หรือ +0.48%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,643.70 จุด เพิ่มขึ้น 21.26 จุด หรือ +0.46% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,533.40 จุด เพิ่มขึ้น 100.91 จุด หรือ +0.70%
    • ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 472.72 จุด ลดลง 0.98 จุด หรือ -0.21%
    • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,003.44 จุด เพิ่มขึ้น 12.00 จุด หรือ +0.40%
    • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ม.ค. ลดลง 2.71 ดอลลาร์ หรือ 3.8% ปิดที่ 68.61 ดอลลาร์/บาร์เรล
    • สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน ก.พ. ลดลง 50 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 1,993.20 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ในประเทศ
    • SET ปิดที่ 1,373.92 ลบ 7.07 จุด (-0.51%) Trading Volume: 35,314.05 ล้านบาท – มูลค่าการซื้อขายน้อย โดยตลาดหุ้นไทยมีการซื้อขายมากที่สุดในหุ้นกลุ่มพลังงาน (-0.48%) ตามด้วยกลุ่มธนาคาร (+0.42%) กลุ่มพาณิชย์ (-0.78%) และกลุ่มอาหาร (-1.12%)  นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 768.40 ล้านบาท
    • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปิดปรับลดลง 1-2 bps แบ่งตามช่วงอายุ ดังนี้
      • อายุ 1-5 ปี ปิดปรับลดลง 1-2 bps
      • อายุ >5-10 ปี ปิดปรับลดลง 0-3 bps
      • อายุ >10 ปีขึ้นไป ปิดปรับลดลง 1-2 bps
      • IRS SWAP ปิดปรับลดลง 1 bp     
    • นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 29,143.84 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 555.30 ล้านบาท 
ที่มา: Bloomberg, Econaday, KSS, Ryt9
 
กองทุนที่มีนโยบายลงทุนใน 
ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | สำหรับกองทุน SSF/RMF/LTF/Thai ESG ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน|สำหรับกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศจะมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง หรือสังคมของประเทศที่กองทุนไปลงทุนได้ | เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ย้อนกลับ


ลงทุนในกองทุนรวมบลจ.กรุงศรี

บลจ.กรุงศรีมีกองทุนรวมหลายประเภทให้เลือกลงทุนสำหรับทุกเป้าหมายการลงทุน