การลงทุนใน LTF และ RMF

LTF และ RMF ต่างมีให้เลือกหลากหลายนโยบาย มีหลักเกณฑ์เลือกลงทุนอย่างไร

ผู้ลงทุนควรจัดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนทุกรูปแบบ โดยอาจให้น้ำหนักการลงทุนที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่คุณรับได้ เช่น หากอายุไม่มากมีเวลาลงทุนนาน ถ้าจะลงทุนใน RMF อาจเลือกกองทุนที่ลงทุนในหุ้นมาก หรืออาจจัดสรรเงินบางส่วนเพื่อลงทุนในทองคำ หรือถ้าลงทุน LTF ก็อาจให้น้ำหนักกับกองทุนที่ลงทุนหุ้นในกลุ่มที่มีการเติบโตสูงซึ่งอาจมีความผันผวนมากแต่ก็มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูง

ในทางกลับกัน หากคุณอายุมากและจำเป็นต้องใช้เงินในระยะเวลาอันใกล้ คุณอาจเลือกลงทุนมากใน RMF แบบที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ เช่น กองทุนตราสารหนี้ และหากต้องการลงทุนใน LTF ก็อาจเลือกกองทุนที่ลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ หรือเลือกกองทุนที่นำเงินลงทุนบางส่วนไปลงทุนในตราสารหนี้เพื่อลดความเสี่ยง

ข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์การลงทุนใน LTF และ RMF
  • สำหรับ LTF
  1. ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีเงินได้ในปีภาษีนั้น และไม่เกิน 500,000 บาท
  2. ต้องถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย 5 ปีปฏิทิน
  3. การขายคืนจะดำเนินการโดยใช้หลักเกณฑ์ “เข้าก่อนออกก่อน” (FIFO)
  • สำหรับ RMF
  1. ลงทุนไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีเงินได้ หรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อปี และไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีเงินได้ และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. และเบี้ยประกันแบบบำนาญแล้วไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
  2. ลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ห้ามหยุดลงทุนติดต่อกันเกิน 1 ปี โดยต้องถือหน่วยลงทุนจนถึงอายุ 55 ปี และลงทุนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี
สามารถซื้อ LTF หรือ RMF เกิน 15% ของรายได้ หรือ 500,000 บาท ได้หรือไม่
  • LTF: กรณีซื้อ LTF เกินกว่าที่กำหนดไว้ 15% ของเงินได้พึงประเมิน หรือเกิน 500,000 บาท จะมีผลตอนขายคืน เพราะถ้ามีกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนกำไรส่วนนั้น จะต้องนำไปรวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีด้วย
  • RMF: กรณีซื้อ RMF เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด มีผลตอนขายเพราะจะต้องนำกำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนที่ซื้อเกินไปนั้นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยถือว่าเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) ของกรมสรรพากร
การผิดเงื่อนไขการลงทุนใน LTF และ RMF
  • LTF
กรณีขายคืนก่อน 7 ปีปฏิทิน ผู้ลงทุนต้องชำระคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับของเงินลงทุนที่ขายคืน พร้อมชำระเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ และนำผลประโยชน์ (Capital Gain) ที่ได้จากการขายคืนไปรวมกับเงินได้เพื่อชำระภาษี ซึ่งการขายคืนจะดำเนินการโดยใช้หลักเกณฑ์ “เข้าก่อนออกก่อน” (FIFO)
  • RMF
กรณีขาย RMF ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดก็ถือว่าผิดเงื่อนไข ผู้ลงทุนต้องชำระคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้มาในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีปฏิทิน (นับย้อนหลังตั้งแต่ปีก่อนปีที่ปฏิบัติผิดเงื่อนไข) และต้องนำเงินผลประโยชน์ (Capital Gain) ที่ได้จากขายคืนไปรวมกับเงินได้ เพื่อชำระภาษีตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร

FAQs