เกี่ยวกับ FATCA

FATCA คืออะไร และเกี่ยวข้องกับใคร
Foreign Account Tax Compliance Act (FATCA) คือ กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ออกมาเพื่อบังคับให้สถาบันการเงิน ที่ไม่ใช่สัญชาติอเมริกันนอกประเทศสหรัฐอเมริกา (Foreign Financial Institution หรือ FFI) จะต้องทำหน้าที่
  • รายงานข้อมูลบัญชีและธุรกรรมทางการเงินของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสัญชาติอเมริกัน ที่เป็นลูกค้าของสถาบันการเงินนั้นๆ ไปยังกรมสรรพากรสหรัฐฯ เพื่อให้ได้รับข้อมูลของพลเมืองสหรัฐฯ และนิติบุคคลสหรัฐฯ ที่มีรายได้จากนอกสหรัฐฯ อย่างครบถ้วนโดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2557
  • หักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) จำนวน 30% ของรายได้ที่มีแหล่งที่มาหรืออ้างอิงหลักทรัพย์จากสหรัฐฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อมของสถาบันการเงิน นิติบุคคล และเจ้าของบัญชี ที่ไม่ปฎิบัติตามกฎของ FATCA (Recalcitrant Account holders) และนำส่งให้กับกรมสรรพากรสหรัฐฯ
เหตุผลและวัตถุประสงค์การเข้าร่วม FATCA ของบริษัทจัดการ
บริษัทจัดการ และกองทุนรวม (ภายใต้การบริหารจัดการโดยบริษัทจัดการ) ถือว่าเป็นสถาบันการเงินที่ไม่ใช่สัญชาติอเมริกันนอกประเทศสหรัฐอเมริกา (Foreign Financial Institution หรือ FFI) ตามบทนิยามของ FATCA ซึ่งถูกกำหนดให้
  • ต้องเข้าผูกพันตนกับหน่วยงานสรรพากรของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือเรียกว่า Participating Foreign Financial Institution (PFFI) โดยมีหน้าที่ดังที่ได้กล่าวในข้อ 1. ดังนี้
    - รายงานข้อมูลและธุรกรรมทางการเงินของบุคคลสัญชาติอเมริกันและบุคคลที่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์ที่ FATCA กำหนด
    - ตรวจสอบข้อมูลลูกค้าเพื่อหาความสัมพันธ์ของลูกค้ากับประเทศสหรัฐอเมริกา และกำหนดให้ลูกค้าบางประเภทต้องจัดทำเอกสารยืนยันตนตามหลักเกณฑ์ของ FATCA
  • หากบริษัทจัดการ และกองทุนรวม ไม่ดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมาย FATCA หรือเรียกว่า Non-Participating Foreign Financial Institution (NPFFI) จะได้รับผลกระทบดังนี้
    - ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายจากสถาบันการเงินที่เข้าร่วม FATCA ร้อยละ 30 ของรายได้ทั้งหมดที่มีแหล่งที่มาหรืออ้างอิงหลักทรัพย์จากสหรัฐฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่ารายได้นั้นจะเป็นรายได้ที่เกิดจากเงินของสถาบันการเงินแห่งนั้นเอง หรือเงินของลูกค้าซึ่งรวมถึงลูกค้าที่ไม่ได้มีสัญชาติอเมริกันด้วย และที่สำคัญการหักภาษี ณ ที่จ่ายนี้ไม่ได้คำนวณจากผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่จะนำเงินต้นมาคำนวณรวมด้วย (ขึ้นกับระยะเวลาที่มีผลบังคับใช้ซึ่งกำหนดโดย FATCA)
    - อาจถูกปฏิเสธการทำธุรกรรมจากจากสถาบันการเงินอื่นที่เข้าร่วม FATCA ซึ่งจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจของบริษัทจัดการด้วย
ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม บริษัทจัดการ และกองทุนรวม (ภายใต้การบริหารจัดการโดยบริษัทจัดการ) จึงเข้าผูกพันตนเพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเพื่อให้กองทุนรวมและบริษัทจัดการสามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันภายใต้ข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้
ผลกระทบของ FATCA ต่อบริษัทจัดการ และผู้ถือหน่วยลงทุน
บริษัทจัดการ
  • ต้องพิจารณาดำเนินการลงทะเบียนเข้าร่วม FATCA กับกรมสรรพากรสหรัฐฯ ภายในวันที่ 5 พฤษภาคม 2557
  • ต้องดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายทั้งที่เป็นลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการรายงานไปยังกรมสรรพากรสหรัฐฯ โดยจะส่งข้อมูลของผู้ถือหน่วยลงทุนที่เข้าข่ายเป็นพลเมืองสหรัฐฯ (รวมถึงข้อมูลของผู้ถือหน่วยลงทุนที่ไม่ปฎิบัติตามกฎของ FATCA (Recalcitrant Account holders) เป็นต้น หรือข้อมูลของผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีลักษณะอื่นใดตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ต้องรายงานตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของสหรัฐอเมริกา จำนวนและมูลค่าหน่วยลงทุนคงเหลือ จำนวนเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนหรือเงินปันผลที่ได้รับ เป็นต้น
ผู้ถือหน่วยลงทุน
  • ได้รับการร้องขอให้นำส่งข้อมูล เอกสาร และ/หรือคำยินยอม เพิ่มเติม เพื่อยืนยันหรือพิสูจน์ทราบความเกี่ยวข้องกับประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น หนังสือแสดงการเสียสิทธิในสัญชาติอเมริกันหรือการให้ข้อมูลตามหัวข้อที่กำหนดไว้ในแบบฟอร์มของหน่วยงานสรรพากรของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือการแจ้งปรับปรุงข้อมูลเมื่อข้อมูลที่เคยให้ไว้มีการเปลี่ยนแปลง เป็นต้น
  • ต้องยินยอมให้บริษัทจัดการเปิดเผยข้อมูลของผู้ถือหน่วยลงทุนที่เข้าข่ายเป็นพลเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือบุคคลที่เข้าข่ายตามที่กฎหมายกำหนด ต่อกรมสรรพากรสหรัฐฯได้
กรณีที่เปิดบัญชีใหม่ เอกสารที่ผู้ถือหน่วยลงทุนจะต้องจัดเตรียมตามข้อกำหนดของ FATCA ได้แก่
กรณีบุคคลธรรมดา
  1. แบบฟอร์ม FATCA
  2. แบบฟอร์ม W-9 (สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ)
  3. แบบฟอร์ม W-8BEN (สำหรับผ้ถือหน่วยลงทุนที่มีข้อบ่งชี้ว่าอาจเข้าข่ายเป็นพลเมืองสหรัฐฯ แต่ยืนยันตนว่ามิใช่พลเมืองสหรัฐฯ) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการยืนยันตน
ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจขอให้ลูกค้าส่งเอกสาร หรือหลักฐาน ประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อประโยชน์ในการยืนยันตน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 เป็นต้นไป
กรณีนิติบุคคล
กรมสรรพากรสหรัฐฯ เลื่อนกำหนดการออกไปอีก 6 เดือน จึงมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2558
ผลกระทบหากผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล
ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบว่าเป็นบัญชีของพลเมืองสหรัฐฯ แก่บริษัทจัดการ จะถือว่าเป็นบุคคลที่ไม่ยินยอมให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล (Recalcitrant) บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ์พิจารณาดำเนินการ ดังต่อไปนี้
  • ไม่รับคำสั่งซื้อ/ สับเปลี่ยน/ โอน หน่วยลงทุน สำหรับรายการใหม่ของผู้ถือหน่วยลงทุนรายนั้น หรือปฏิเสธการเปิดบัญชีใหม่ให้แก่ลูกค้า
  • ดำเนินการอื่นใดตามเกณฑ์และข้อกำหนดของกฎหมายต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และต้องไม่ขัดกับกฎหมายของประเทศไทย (ถ้ามี)
ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติบริษัทจัดการจะเลือกดำเนินการเฉพาะผู้ถือหน่วยลงทุนที่ไม่ยินยอมให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล (Recalcitrant) เท่านั้นโดยจะไม่กระทบต่อผู้ถือหน่วยที่แสดงตนอย่างชัดเจนว่าเป็นบุคคลสหรัฐฯ พร้อมยื่นหลักฐานประกอบตามที่ร้องขอ
ในกรณีที่เป็นข้อกำหนดของกฏหมายแห่งประเทศไทย บริษัทจัดการ (ซึ่งรวมถึงกองทุนและผู้ที่เกี่ยวข้อง) ต้องนำส่งข้อมูลของผู้ถือหน่วยลงทุนไปยังหน่วยงาน หรือดำเนินการอื่นใดที่ทางราชการกำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมายภายในประเทศโดยไม่จำเป็นต้องร้องขอต่อผู้ถือหน่วยลงทุน
การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นความจำเป็น และเป็นการรักษาผลประโยชน์ของกองทุนโดยรวม เพราะเป็นการกระทำเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้บริษัทจัดการและกองทุน (ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการ) ผิดกฎข้อบังคับของ FATCA และกฎหมายต่างประเทศที่เกี่ยวข้องอันจะทำให้กองทุนอาจต้องถูกหัก ณ ที่จ่าย หรือถูกปิดบัญชีธนาคารตามที่กล่าวแล้วข้างต้น ซึ่งจะส่งผลกระทบทางลบต่อผู้ถือหน่วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากมีนโยบายที่ประสงค์จะลงทุนในตราสารหรือหลักทรัพย์สหรัฐฯ
ข้อมูลรายละเอียดบัญชีของพลเมืองสหรัฐฯที่บริษัทจัดการต้องทำหน้าที่รายงานต่อกรมสรรพากรสหรัฐฯ
  1. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวภาษีของบัญชีผู้ถือหน่วยลงทุนที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ
  2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวภาษีของผู้ถือหุ้นที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ (กรณีที่เป็นนิติบุคคล)
  3. จำนวนบัญชีของผู้ถือหน่วยลงทุนที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ
  4. จำนวนเงินในบัญชีกองทุน ณ สิ้นปี
  5. รายได้ หรือผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนในกองทุนรวม
กรอบเวลาที่บริษัทจัดการต้องดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดของ FATCA
วันที่ รายละเอียด
19 สิงหาคม 2556 - 5 พฤษภาคม 2557 กรมสรรพากรสหรัฐฯ กำหนดให้สถาบันการเงินเข้าไปลงทะเบียน
2 มิถุนายน 2557 กรมสรรพากรสหรัฐฯ เผยแพร่รายชื่อสถาบันการเงินที่ลงทะเบียนเป็นกลุ่มแรก
1 กรกฎาคม 2557 สถาบันการเงินเริ่มเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ FATCA เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการรายงานให้กับกรมสรรพากรสหรัฐฯ ได้แก่ ข้อมูลของ
- ลูกค้าเปิดบัญชีใหม่ทุกราย (On-boarding process)
- ลูกค้าปัจจุบันที่มีบัญชีอยู่แล้วเฉพาะรายที่เข้าเงื่อนไข (Pre-Existing Customer Due Diligence process)
คำสงวนสิทธิ์
บริษัทจัดการจัดทำเว็บไซต์นี้ เพื่อเป็นข้อมูลความรู้แก่ลูกค้าของบริษัทจัดการเท่านั้น มิใช่เว็บไซต์ที่เป็นคำแนะนำ หรือการให้คำแนะนำ ใดๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากรของประเทศสหรัฐอเมริกา หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว ท่านสามารถขอคำแนะนำได้จากที่ ปรึกษาด้านภาษีอากรของท่าน หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.irs.gov/FATCA


ลงทุนในกองทุนรวมบลจ.กรุงศรี

บลจ.กรุงศรีมีกองทุนรวมหลายประเภทให้เลือกลงทุนสำหรับทุกเป้าหมายการลงทุน