Employee's choice

วัตถุประสงค์ในการจัดทำระบบ Employee’s Choice ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องมาจากการเล็งเห็นความแตกต่างในความต้องการในการออมเงินของสมาชิกกองทุนแต่ละคน ซึ่งขึ้นกับอายุที่แตกต่างกัน ผลตอบแทนที่พนักงานแต่ละคนคาดหวังจากการลงทุนรวมทั้งความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และปัจจัยอื่นๆ เช่น ระยะเวลาในการลงทุนของแต่ละคนซึ่งไม่เท่ากัน ฯลฯ จากสาเหตุดังกล่าวนี้จึงเป็นเหตุผลที่สมควรที่พนักงานแต่ละคนควรมีลักษณะการลงทุนเฉพาะตัว
อย่างไรก็ตาม การจัดทำ Employee’s choice ให้แก่พนักงานจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้พนักงานมีความเข้าใจเรื่องการลงทุนอย่างพอเพียงด้วย
บลจ.กรุงศรี เริ่มจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อยุธยามาสเตอร์ฟันด์ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2552 กองทุนดังกล่าวมีลักษณะเป็นกองทุนแบบ Master Pooled Fund โดยมีนโยบายให้เลือก 11 นโยบาย (ข้อมูล ณ วันที่ 2 พฤษภาคม 2557) ซึ่งสมาชิกสามารถเลือกผสมผสานการลงทุน (Investment Portfolio) ที่เหมาะกับตัวเองได้ โดยคำนึงถึง อายุ ความสามารถในการรับความเสี่ยง และเป้าหมายในการลงทุนของแต่ละคน ภายใต้กรอบการลงทุนที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด รายละเอียดของกองทุนมีดังนี้

PVD_msfund_06.gif
ประเภท/
ชื่อกองทุน
ระดับ
ความเสี่ยง
นโยบายการลงทุนและแนวทางในการบริหาร สรุปสาระสำคัญ
ของกองทุน
ตราสารเงิน/ตราสารหนี้
1. KFCASH 1
เสี่ยงต่ำ
  • ลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลัก
  • อายุเฉลี่ยของตราสารที่ลงทุนสั้นประมาณ 1-2 เดือน
Click
2. KFCASHPLUS 2
เสี่ยงปานกลาง
ค่อนข้างต่ำ
  • ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐเป็นส่วนใหญ่ (> 50%) รวมทั้งลงทุนในตราสารหนี้เอกชนในประเทศที่มี Credit Rating ไม่ต่ำกว่า A- และตราสารหนี้ต่างประเทศ (Fully F/X Hedge) ที่มี Credit Rating ไม่ต่ำกว่า F2/T2
  • อายุเฉลี่ยของตราสารที่ลงทุนสั้นประมาณ 1-3 เดือน
Click
3. KFMTFI-D 4
เสี่ยงปานกลาง
ค่อนข้างต่ำ
  • ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐเป็นส่วนใหญ่ (> 50%) และลงทุนในตราสารหนี้เอกชนที่มี Credit Rating ไม่ต่ำกว่า A-, F2/T2
  • อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ลงทุนประมาณ 1.5 ปี (0.5-2.5 ปี)
Click
4.  KFGOVRMF 4
เสี่ยงปานกลาง
ค่อนข้างต่ำ
  • ลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐในประเทศไทยเท่านั้น (อาจมีสินทรัพย์สภาพคล่องบ้างเล็กน้อย)
  • อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ลงทุนประมาณ 2 - 2.5 ปี (0.5-4 ปี)
Click
ตราสารทุนในประเทศ
1. KFFLEX 5
เสี่ยงปานกลาง
ค่อนข้างสูง
  • ลงทุนได้ทั้งในตราสารหนี้, ตราสารทุน, REITS, INFRAS โดยทั่วไปจะมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นสูงกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น
  • เลือกลงทุนหุ้นได้ทุกประเภท (Growth Stock, Value Stock และ Dividend Stock)
Click
2. KFENSET50
เสี่ยงสูง
  • เป็นกองทุนหุ้น ที่มีนโยบายลงทุนไม่น้อยกว่า 90% ให้มีผลตอบแทนเช่นเดียวกับผลตอบแทนดัชนี SET50
  • สัดส่วนการลงทุนอีกประมาณ 10% จะลงทุนเชิงรุกในหุ้นตามแนวทางการลงทุนของผู้จัดการกองทุนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า
Click
3. KFSDIV
เสี่ยงสูง
  • เป็นกองทุนหุ้นที่เน้นลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในการประกอบธุรกิจสูง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดสูงและมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลดีอย่างสม่ำเสมอ
  • กระจายการลงทุนในหุ้นประมาณ 35 บริษัทขึ้นไป
Click
4. KFTSTAR-A
เสี่ยงสูง
  • เน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ไม่มีข้อจำกัดในขนาดของ Market Cap และประเภทของบริษัท
Click
5.  KFSEQ
เสี่ยงสูง
  • เป็นกองทุนหุ้นที่เน้นลงทุนในทุกอุตสาหกรรมทุกขนาดที่มีโอกาสเติบโตสูงกว่าตลาดฯ
  • กระจายการลงทุนในหุ้นประมาณ 30 บริษัท
Click
6. KFDYNAMIC
เสี่ยงสูง
  • เป็นกองทุนหุ้นที่เฟ้นหาหุ้นที่เหมาะสมในแต่ละภาวะตลาด ไม่มีข้อจำกัดในการเลือกประเภทหุ้นที่จะลงทุน สามารถลงทุนได้ ทั้งหุ้นขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก หรือ หุ้นปันผล หุ้นเติบโต
  • กระจายการลงทุนในหุ้นประมาณ 15 - 20 บริษัทเท่านั้น
Click
ตราสารทุนต่างประเทศ
1. KF-HUSINDX
เสี่ยงสูง
  • ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) โดยมีการป้องกันความเสี่ยง FX 
Click
2. KF-HJPINDX
เสี่ยงสูง
  • ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ Nikkei 225 Exchange Traded Fund (กองทุนหลัก) โดยมีการป้องกันความเสี่ยง FX
Click
สินทรัพย์ทางเลือก
KF-GOLD 8
เสี่ยงสูงมาก
  • ลงทุนในหน่วยลงทุน SPDR Gold Trust (กองทุนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก) ซึ่งเป็น ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงค์โปร์
Click

วางแผนการลงทุน

การเริ่มต้นออมและลงทุนเร็วเท่าใด ยิ่งทำให้ความมั่งคั่งของเราเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น