Employee's choice

วัตถุประสงค์ในการจัดทำระบบ Employee’s Choice ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องมาจากการเล็งเห็นความแตกต่างในความต้องการในการออมเงินของสมาชิกกองทุนแต่ละคน ซึ่งขึ้นกับอายุที่แตกต่างกัน ผลตอบแทนที่พนักงานแต่ละคนคาดหวังจากการลงทุนรวมทั้งความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และปัจจัยอื่นๆ เช่น ระยะเวลาในการลงทุนของแต่ละคนซึ่งไม่เท่ากัน ฯลฯ จากสาเหตุดังกล่าวนี้จึงเป็นเหตุผลที่สมควรที่พนักงานแต่ละคนควรมีลักษณะการลงทุนเฉพาะตัว
                      อย่างไรก็ตาม การจัดทำ Employee’s choice ให้แก่พนักงานจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้พนักงานมีความเข้าใจเรื่องการลงทุนอย่างพอเพียงด้วย
                      บลจ.กรุงศรี เริ่มจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อยุธยามาสเตอร์ฟันด์ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2552 กองทุนดังกล่าวมีลักษณะเป็นกองทุนแบบ Master Pooled Fund ซึ่งปัจจุบันมีนโยบายให้เลือก 22 นโยบาย โดยสมาชิกสามารถเลือกผสมผสานการลงทุน (Investment Portfolio) ที่เหมาะกับตัวเองได้ โดยคำนึงถึง อายุ ความสามารถในการรับความเสี่ยง และเป้าหมายในการลงทุนของแต่ละคน ภายใต้กรอบการลงทุนที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด  หรือ เลือกแผนสมดุลตามอายุ (Life Path) ซึ่งใช้อายุของสมาชิกเป็นตัวกำหนดสัดส่วนการลงทุนระหว่างตราสารหนี้/ ตราสารทุน/ หน่วยinfra/REITs (ถ้ามี) โดยบริษัทจัดการจะปรับลดความเสี่ยงให้สอดคล้องกับอายุของสมาชิกแบบอัตโนมัติ รายละเอียดของกองทุนมีดังนี้

*โปรดคลิกที่ชื่อกองทุนเพื่อดูรายละเอียด
ประเภท/    ชื่อกองทุน/    
สรุปสาระของกองทุน
ระดับ
ความเสี่ยง
นโยบายการลงทุนและแนวทางในการบริหาร หมายเหตุ
ตราสารเงิน/ตราสารหนี้
1. KFCASHRMF 1
เสี่ยงต่ำ
  • ลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลัก
  • อายุเฉลี่ยของตราสารที่ลงทุนสั้นประมาณ 1-2 เดือน
-
2. KFMTFIRMF 4
เสี่ยงปานกลาง
ค่อนข้างต่ำ
  • ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐเป็นส่วนใหญ่ (> 50%) และลงทุนในตราสารหนี้เอกชนที่มี Credit Rating ไม่ต่ำกว่า A-, F2/T2
  • อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ลงทุนประมาณ 1.5 ปี (0.5-2.5 ปี)
-
3.  KFGOVRMF 4
เสี่ยงปานกลาง
ค่อนข้างต่ำ
  • ลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐในประเทศไทยเท่านั้น (อาจมีสินทรัพย์สภาพคล่องบ้างเล็กน้อย)
  • อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ลงทุนประมาณ 2 - 2.5 ปี (0.5-4 ปี)
-
ตราสารหนี้ต่างประเทศ
1.     KF-CSINCOM 5
เสี่ยงปานกลาง
ค่อนข้างสูง
  • กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชือ PIMCO GIS Income Fund (กองทุนหลัก) โดยเฉลียในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุนหลักมีหลักการสำคัญในการกระจายการลงทุนไปในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลกอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สิน
ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ตราสารผสม
1.    KFFLEX2RMF 5
เสี่ยงปานกลาง
ค่อนข้างสูง
  • ลงทุนได้ทั้งในตราสารหนี้, ตราสารทุน, REITS, INFRAS โดยทั่วไปจะมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นสูงกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น
  • เลือกลงทุนหุ้นได้ทุกประเภท (Growth Stock, Value Stock และ Dividend Stock)
-
ตราสารทุนในประเทศ
1. KFS100RMF
เสี่ยงสูง
  • ลงทุนในหุ้นจดทะเบียนตาม SET 100
-
2. KFENS50-A
เสี่ยงสูง
  • เป็นกองทุนหุ้น ที่มีนโยบายลงทุนไม่น้อยกว่า 90% ให้มีผลตอบแทนเช่นเดียวกับผลตอบแทนดัชนี SET50
  • สัดส่วนการลงทุนอีกประมาณ 10% จะลงทุนเชิงรุกในหุ้นตามแนวทางการลงทุนของผู้จัดการกองทุนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า
-
3. KFSDIV
เสี่ยงสูง
  • เป็นกองทุนหุ้นที่เน้นลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในการประกอบธุรกิจสูง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดสูงและมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลดีอย่างสม่ำเสมอ
-
4. KFTSTAR-A
เสี่ยงสูง
  • เน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ไม่มีข้อจำกัดในขนาดของ Market Cap และประเภทของบริษัท
-
5.  KFSEQ
เสี่ยงสูง
  • เป็นกองทุนหุ้นที่เน้นลงทุนในทุกอุตสาหกรรมทุกขนาดที่มีโอกาสเติบโตสูงกว่าตลาดฯ
-
6. KFDYNAMIC
เสี่ยงสูง
  • เป็นกองทุนหุ้นที่เฟ้นหาหุ้นที่เหมาะสมในแต่ละภาวะตลาด ไม่มีข้อจำกัดในการเลือกประเภทหุ้นที่จะลงทุน สามารถลงทุนได้ ทั้งหุ้นขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก หรือ หุ้นปันผล หุ้นเติบโต
-
ตราสารทุนต่างประเทศ
1.    KFGBRANRMF
เสี่ยงสูง
  • กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ กองทุน Morgan Stanley Investment Funds - Global Brands Fund (Class Z) (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทต่างๆ ในประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลกซึ่งประสบผลสำเร็จหรือมีชื่อเสียงใน brand โดยพิจารณาจาก intangible assets
ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
2. KF-HUSINDX
เสี่ยงสูง
  • ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) โดยมีการป้องกันความเสี่ยง FX 
ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
3.    KF-HEUROPE
เสี่ยงสูง
  • กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อกองทุน Allianz Europe Equity Growth Fund (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80.00 ของ NAV
ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
4. KF-HJPINDX
เสี่ยงสูง
  • ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ Nikkei 225 Exchange Traded Fund (กองทุนหลัก) โดยมีการป้องกันความเสี่ยง FX
ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
5.     KFHASIA-A
เสี่ยงสูง
  • กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ Vontobel Fund - mtx Sustainable Asian Leaders (ex Japan) (Class I) (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่ออกโดยบริษัทที่ตั้งอยู่หรือประกอบกิจการในทวีปเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น)
ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
6.     KFACHINA-A
เสี่ยงสูง
  • กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ UBS (Lux) Investment SICAV - China A Opportunity (USD) (Class P - acc) (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้น A-shares ของจีนที่จดทะเบียนหรือซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่ประเทศจีน ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และตลาดหลักทรัพย์เสินเจิ้น
ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน
7.   KFHCARERMF  7
เสี่ยงสูง
  • กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ กองทุน JPM Global Healthcare Fund (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ประกอบธุรกิจดูแลสุขภาพอย่างน้อย 67% ของทรัพย์สินของกองทุน
ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน
สินทรัพย์ทางเลือก
1.  KF-GOLD 8
เสี่ยงสูงมาก
  • ลงทุนในหน่วยลงทุน SPDR Gold Trust (กองทุนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก) ซึ่งเป็น ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงค์โปร์
ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
แผนสมดุุลตามอายุ    (Life Path)
ตราสารทุนในประเทศ
1.   KFENSET50-A
เสี่ยงสูง
  • เป็นกองทุนหุ้น ที่มีนโยบายลงทุนไม่น้อยกว่า 90% ให้มีผลตอบแทนเช่นเดียวกับผลตอบแทนดัชนี SET50
  • สัดส่วนการลงทุนอีกประมาณ 10% จะลงทุนเชิงรุกในหุ้นตามแนวทางการลงทุนของผู้จัดการกองทุนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า
-
ตราสารผลม
2.    KFHAPPYRMF 5
เสี่ยงปานกลาง
ค่อนข้างสูง
  • ลงทุนในตราสารหนี้ไม่น้อยกว่า 75%
    และลงทุนในหุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ REITs และ INFRAs สูงสุดไม่เกิน 25%
-
3.     KFGOODRMF 5
เสี่ยงปานกลาง
ค่อนข้างสูง
  • ลงทุนในตราสารหนี้ไม่น้อยกว่า 50%
    และลงทุนในหุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ REITs และ INFRAs สูงสุดไม่เกิน 50%
-
4.     KFSUPERRMF 5
เสี่ยงปานกลาง
ค่อนข้างสูง
  • ลงทุนในตราสารหนี้ไม่น้อยกว่า 25%
    และลงทุนในหุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ REITs และ INFRAs สูงสุดไม่เกิน 75%
-



วางแผนการลงทุน

การเริ่มต้นออมและลงทุนเร็วเท่าใด ยิ่งทำให้ความมั่งคั่งของเราเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น