จับตาตลาดตราสารหนี้หลัง กนง. ลดดอกเบี้ย

22 พฤษภาคม 2563
ภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่้ร้อยละ 0.5 เมื่อวันที 20 พฤษภาคม 2563  บลจ.กรุงศรี ได้ปรับลดมุมมองต่อตลาดตราสารหนี้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจากระดับ “ค่อนข้างดี” มาเป็นระดับ “เป็นกลาง” ทั้งนี้ มีสาเหตุหลักมาจากในช่วงที่ผ่านมาธนาคารกลางทั่่วโลกได้เร่งผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมามากแล้ว แนวโน้มในอนาคตอัตราดอกเบี้ยนโยบายของทั้งประเทศไทยและประเทศเศรษฐกิจหลักอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไปได้อีกไม่มาก ในขณะที่ภาครัฐมีแนวโน้มที่จะต้องกู้เงินเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณสภาพคล่องในตลาดได้ 

อย่างไรก็ดี ผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ยังมีความไม่แน่นอนสูง ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยทั่วโลก พร้อมกับอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้นโยบายการเงินจะยังคงผ่อนคลายอย่างมากต่อไป โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินอาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงได้อีก พร้อมดำเนินมาตราการอื่นๆที่อาจมีความจำเป็นเพิ่มเติม หากแนวโน้มเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น ในขณะที่กระทรวงการคลังมีแผนกระจายการกู้เงินที่หลากหลาย โดยนอกจากการออกพันธบัตรรัฐบาล กระทรวงการคลัง อาจกู้ยืมสถาบันการเงิน ออกพันธบัตรออมทรัพย์ หรือกู้ยืมจากต่างประเทศเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ สำนักบริหารหนี้สาธารณะได้ระมัดระวังการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อไม่ก่อให้เกิดความผันผวนในตลาดตราสารหนี้ จึงคาดว่าปริมาณพันธบัตรที่จะออกเพิ่มเติมในอนาคตจะอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับสภาพคล่องของตลาด ดังนั้น การลงทุนในตราสารหนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตราสารหนี้ระยะกลางยังคงสร้างอัตราผลตอบแทนส่วนเพิ่มได้ อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากการระบาดของไวรัส COVID-19 อย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจัยดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดตราสารหนี้ยังคงมีความผันผวนอยู่ในระดับสูงต่อไปได้อีกสักระยะหนึ่ง

ในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนเช่นนี้ การลงทุนอย่างมีเหตุผล ไม่ตื่นตระหนกไปตามภาวะตลาดเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ลงทุนก้าวผ่านความท้าทายเหล่านี้ไปได้ นอกจากนี้ การเลือกกองทุนที่เหมาะสมกับระยะเวลาการลงทุนจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ท่านสามารถจัดการเงินลงทุนได้อย่างเหมาะสม โดยหากเน้นลงทุนเพื่อสภาพคล่องควรลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นเท่านั้น หากเป็นการลงทุนระยะยาวแนะนำกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะปานกลางขึ้นไป เพื่อรับประโยชน์จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำยาวนาน อย่างไรก็ดี กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาวถูกออกแบบมาเพื่อนักลงทุนที่สามารถรับความผันผวนสูงได้มากกว่ากองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อผลตอบแทนที่สูงกว่าในระยะยาว ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องพบเจอกับภาวะที่ NAV มีความผันผวนบ้างเป็นครั้งคราว
 
ระยะเวลาการลงทุนที่แนะนำสำหรับกองทุนแต่ละประเภท 

 
นอกจากนี้ นักลงทุนบางท่านอาจมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพของตราสารหนี้ในตลาดจากปัญหาโรคระบาดของไวรัส COVID-19 ที่อาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้างต่อสถานะทางการเงินของทุกภาคส่วน รวมถึงบริษัทผู้ออกหุ้นกู้หลายราย ทั้งในด้านของรายรับและสภาพคล่องที่ลดน้อยลง ตลอดจนภาระหนี้ที่อาจเพิ่มสูงขึ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะสั้น ทำให้บริษัทผู้ออกหุ้นกู้บางรายมีโอกาสถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง
 
ผู้จัดการกองทุนของ บลจ.กรุงศรี ตระหนักดีถึงความเสี่ยงดังกล่าว ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาได้เน้นคัดเลือกลงทุนเฉพาะหุ้นกู้ที่มีคุณภาพดี ผู้ออกตราสารมีความระมัดระวังในการการบริหารสภาพคล่อง และการก่อภาระหนี้ มีการกระจายแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย และบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้ถือหุ้นตลอดจนสถาบันการเงินต่างๆ 
 
นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนยังได้ติดตามสถานการณ์ของผู้ออกตราสารหนี้ทุกรายที่มีการลงทุนอยู่อย่างใกล้ชิด สม่ำเสมอ แม้หุ้นกู้บางส่วนในพอร์ตการลงทุนปัจจุบันอาจมีโอกาสถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงได้ แต่ผู้จัดการกองทุนมีความมั่นใจว่าผู้ออกหุ้นกู้ทุกรายในพอร์ตการลงทุนยังมีความสามารถในการชำระคืนหนี้ได้ตามปกติ นอกจากนี้ แนวทางการลงทุนในช่วงเวลาปัจจุบันได้พยายามปรับลดการลงทุนในตราสารหนี้เอกชนลง เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนจากตลาดหุ้นกู้ลง ประกอบกับสถานการณ์โรคระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศไทยเริ่มบรรเทาลง จนเริ่มทยอยผ่อนคลายมาตราการจำกัดต่างๆ ลงได้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น
 
โดยภาพรวม ผู้จัดการกองทุนเชื่อว่าการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ยังคงไม่น่ากังวล ความผันผวนในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากความกังวลในผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดของไวรัส COVID-19 ส่งผลให้มีการลดการถือครองหลักทรัพย์และเคลื่อนย้ายเงินลงทุนไปฝากที่สถาบันการเงิน จนทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้ อย่างไรก็ดี ภายหลังแนวโน้มสถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้น ความผันผวนในตลาดตราสารหนี้เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ และในระยะยาวการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ยังคงสามารถคาดหวังผลตอบแทนในระดับสูงกว่าเงินฝาก

พอร์ตการลงทุน ณ 20 พ.ค. 2563

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ๏ เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯมิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

การกระจายการลงทุน ข้อมูล ณ วันที่ 20 พ.ค. 2563 (โปรดคลิกที่ชื่อกองทุน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ 
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด โทร 0 2657 5757
หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) /ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน
เอกสารประกอบเปิดด้วยโปรแกรม Acrobat Reader หากท่านไม่มีโปรแกรมดังกล่าว คลิกเพื่อ ดาวน์โหลด โปรแกรม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ย้อนกลับ

สมัครรับข่าวสารการลงทุนกับบลจ.กรุงศรี