บลจ.กรุงศรีเปิดตัวกองทุน KFVIET-A ชูศักยภาพการเจริญเติบโตของตลาดหุ้นเวียดนาม หนึ่งในประเทศที่มีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับที่สูง

27 เมษายน 2561
23 เมษายน 2561 – บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) จัดสัมมนา “Vietnam..Time of the New Asian Tiger” พูดคุยเกี่ยวกับความน่าสนใจของการลงทุนในตลาดเวียดนามพร้อมเปิดตัว “กองทุนเปิดกรุงศรีเวียดนามอิควิตี้ - สะสมมูลค่า” (Krungsri Vietnam Equity Fund – Accumulation: KFVIET-A)* กองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Fund of Funds ที่เน้นการลงทุนในหุ้นชั้นนำ คุณภาพดี มีความโปร่งใส เติบโตสูงในเวียดนาม ประเทศที่มีประชากรกว่า 93 ล้านคน และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับที่สูง 
 
*กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในตราสารผู้ออก จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงราคา/ผลตอบแทนในอนาคต 

โดยบลจ.กรุงศรี ได้เชิญนาย Isaac Thong ผู้จัดการกองทุนจาก JP Morgan Asset Management พร้อมด้วยนายเกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนทางเลือก บลจ.กรุงศรี ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนในเวียดนาม นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ศักยภาพการเติบโตในอนาคต ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนที่กองทุน KFVIET-A เข้าไปลงทุน รายละเอียด จุดเด่น และ กลยุทธ์การลงทุนของกองทุน ความท้าทาย ความเสี่ยงและโอกาสในการรับตอบแทนจากโอกาสการเจริญเติบโตของตลาดหุ้นเวียดนาม 
 
นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า ตลาดเวียดนามกำลังเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับการลงทุน เนื่องจากเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยอัตราการเติบโตของ GDP เฉลี่ยอยู่ที่ 6% ต่อปี และมีแนวโน้มที่จะรักษาอัตราการเติบโตนี้ต่อไปได้ในระยะยาวด้วยหลากหลายนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ขณะเดียวกันปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ เริ่มมีแนวโน้มลดลงเช่น อัตราเงินเฟ้อลดลงจากระดับ 20% ในปี 2551 เหลือเพียง 3-5% ในปัจจุบัน การขาดดุลการค้าลดลง ค่าเงินมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น ค่าเงินของเวียดนามมีเสถียรภาพมากที่สุดในอาเซียน เนื่องจากมีการบริหารจัดการให้เคลื่อนไหวไปกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงราคา/ผลตอบแทนในอนาคต 
สำหรับปัจจัยที่จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามนั้น มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่เงินลงทุนจากต่างประเทศและอัตราการเติบโตในภาคการบริโภค โดยนโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาล การส่งเสริมการลงทุนในการผลิตโดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าไฮเทค ไอทีและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นสินค้าราคาสูงจะทำให้เวียดนามกลายเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ  และการที่เวียดนามยังคงมีค่าแรงที่ถูก แรงงานมีคุณภาพ รวมทั้งการที่เวียดนามได้มีข้อตกลงการค้าเสรีกับหลายๆ ประเทศ เช่นญี่ปุ่น เกาหลี และสหภาพยุโรปก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีเงินลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน การลงทุนจากต่างประเทศ มีอัตราอยู่ที่ 7% ของ GDP ซึ่งถือว่าสูงมาก ด้านการบริโภคนั้นก็มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากการที่ประชากรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และเริ่มเข้าสู่สังคมเมือง แม้กระทั่งกลุ่มธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่จากประเทศไทยก็มีการขยายการลงทุนไปในตลาดเวียดนาม แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของเวียดนาม 
นาย Isaac ผู้บริหารกองทุนของ JP Morgan Asset Management กล่าวเสริมว่า ปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ที่ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการลงทุนในเวียดนามเริ่มมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น เนื่องจากรัฐบาลเริ่มมีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น มีการควบคุมการปล่อยสินเชื่อ ทำให้หนี้สินลดระดับลง มีการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทำให้ค่าเงินมีเสถียรภาพ ขณะเดียวกันเงินตราสำรองต่างประเทศก็มีเพิ่มมากขึ้น 
สำหรับตลาดทุนของเวียดนามนั้นมีศักยภาพที่จะเติบโตได้เท่าตัวจากการที่เศรษฐกิจเติบโตสูงและจากการที่ รัฐบาลมีนโยบายปฏิรูปตลาดทุน โดยส่งเสริมการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ทำให้รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ๆ เข้ามาในตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสที่จะมีสัดส่วนถึง 20% ของตลาดหุ้นเวียดนามหากเป็นไปตามแผน นอกจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจแล้ว ยังมีเรื่องของลดสัดส่วนการถือครองหุ้นของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (State Capital Investment Corporation: SCIC) และการผ่อนคลายข้อจำกัดของนักลงทุนต่างชาติในการถือหุ้นของบริษัท ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้ตลาดหุ้นเวียดนาม ทั้งนี้ นาย Isaac ชี้ว่า ตลาดหุ้นเวียดนามมีการขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2558 ที่ตลาดมีหุ้นเพียง 5 ตัวเท่านั้นที่ซื้อขายกันมากกว่า 3 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐต่อวัน แต่ในปัจจุบันมากถึงกว่า 20 บริษัท และมูลค่ารวมของตลาดหุ้นเวียดนามได้เพิ่มขึ้นจาก 4.5 พันล้านเหรียญในปี 2557 กลายเป็น 1,200 พันล้านเหรียญสหรัฐเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา และจากการที่รัฐบาลเวียดนามมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปตลาดทุนอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของเวียดนามในการเข้าคำนวณในดัชนี MSCI Emerging Market อีกด้วย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น โอกาสที่ตลาดจะเติบโตก็ยังมีอีกมากยิ่งเพิ่มความน่าสนใจของตลาดเวียดนามมากขึ้น
สำหรับกองทุน KFVIET-A นั้นจะเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Fund of Funds ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ JP Morgan Vietnam Opportunities บริหารจัดการโดย J.P. Morgan Asset Management ซึ่งมีนโยบายการลงทุนแบบเชิงรุกและมีประสบการณ์การลงทุนในเวียดนามมากว่าสิบปี กองทุนนี้จะเน้นการลงทุนในหุ้นที่คุณภาพดี มีความโปร่งใส อยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูงตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างภาคการเงิน การธนาคาร ภาคสินค้าอุปโภคบริโภคและอสังหาริมทรัพย์ และต้องเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นๆ ด้วย สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น 70% ของพอร์ตจะเป็นการลงทุนระยะยาว และอีก 30% จะเป็นการลงทุนระยะสั้นและระยะกลาง สำหรับหุ้นหลักๆ ที่กองทุนถืออยู่ในปัจจุบันได้แก่ Hoa Phat Group JSC กลุ่มธุรกิจเหล็กที่ใหญ่ที่สุดที่จะได้ประโยชน์จากการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคของประเทศ Vietman Dairy Products Corp สินค้าอุปโภคบริโภคและ Vingroup Joint Stock Company บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ทั้งนี้ กองทุน KFVIET-A จะลงทุนใน JP Morgan Vietnam Opportunities เป็นสัดส่วนไม่เกิน 79% ของ NAV สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมานั้น กองทุน JP Morgan Vietnam Opportunities สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีอย่างสม่ำเสมอ กองทุนมีความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง)
สำหรับการลงทุนในส่วนที่เหลือจะเป็นการลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนในประเทศเวียดนาม ได้แก่ Xtrackers FTSE Vietnam Swap UCITS ETF บริหารจัดการโดย Deutsch Asset Management ถือเป็นกองทุนอีทีเอฟที่มีผลการดำเนินงานที่ดีที่สุดในตลาดเวียดนาม และ VanEck Vectors Vietnam ETF บริหารจัดการโดย VanEck Vectors ETF Trust เป็นกองทุนอีทีเอฟที่มีสภาพคล่องสูง ซือขายกันอยู่ที่ตลาดนิวยอร์ค โดยกองทุน KFVIET-A จะลงทุนอย่างละประมาณ 15% ของ NAV เพื่อเป็นการเสริมสภาพคล่องของกองทุน ด้านการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนนั้น กองทุน KFVIET จะอิงกับค่าเงินของดอลล่าร์สหรัฐและจะมีการป้องกันความเสี่ยงแบบเต็มจำนวน  การจัดพอร์ตของกองทุนเช่นนี้ ทำให้กองทุนมีจุดเด่นที่สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ ด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำ เพียง 0.8025% ต่อปี โดยนักลงทุนสามารถลงทุนด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 2,000 บาท  
 
คำเตือน
- ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงราคา/ผลตอบแทนในอนาคต
- กองทุนเปิดกรุงศรีเวียดนามอิควิตี้ – สะสมมูลค่าจะนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนในประเทศเวียดนาม และ/หรือมีธุรกิจหลักหรือได้ประโยชน์จากการประกอบธุรกิจในประเทศเวียดนาม โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV ดังนั้น กองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และ/หรือการเมืองในประเทศซึ่งกองทุนหลักได้ลงทุน
- กองทุนอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในประทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย
- กองทุนอาจทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมฯ โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และในกรณีที่ไม่ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงฯ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- กองทุนไทยและ/หรือกองทุนหลัก อาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน ทำให้กองทุนไทยและ/หรือกองทุนหลัก อาจมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมทั่วไป จึงเหมาะสมกับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงและรับความเสี่ยงได้สูงกว่าผู้ลงทุนทั่วไป ผู้ลงทุนควรลงทุนในกองทุนรวมเมื่อมีความเข้าใจในความเสี่ยงของสัญญาฯ โดยคำนึงถึงประสบการณ์การลงทุน วัตถุประสงค์การลงทุน และฐานะการเงินของผู้ลงทุนเอง
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนกองทุนได้ที่
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด
ชั้น 1-2 โซนเอ, 12, 18 อาคารเพลินจิตทาวเวอร์ เลขที่ 898 ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ 0 2657 5757 l โทรสาร 0 2657 5777
E-mail: krungsriasset.mktg@krungsri.com | Website: www.krungsriasset.com
เอกสารประกอบเปิดด้วยโปรแกรม Acrobat Reader หากท่านไม่มีโปรแกรมดังกล่าว คลิกเพื่อ ดาวน์โหลด โปรแกรม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ย้อนกลับ

สมัครรับข่าวสารการลงทุนกับบลจ.กรุงศรี