บลจ.กรุงศรี จัดสัมมนา Checking up the Healthcare Industry – Is it Still Healthy?

28 กุมภาพันธ์ 2560
บลจ.กรุงศรี จัดงานสัมมนา “Checking up the Healthcare Industry – Is it Still Healthy?” ให้ข้อมูลนักลงทุน ย้ำถึงเวลาเหมาะสมที่จะหันกลับมาลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare จากปัจจัยด้านราคาที่เหมาะสม หุ้นมีพื้นฐานดีและราคาถูก โดยเฉพาะกลุ่ม Biotechnology ซึ่งเป็นกลุ่มที่กองทุนหลักของ KF-HEALTHD ให้น้ำหนักการลงทุนมากที่สุด นอกจากนี้ ตลาดกำลังมีแนวโน้มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นจากจุดต่ำสุดเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา โดยนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ในการลดราคายาและการปฏิรูปด้านภาษีจะเป็นปัจจัยหลักช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมให้เติบโต พร้อมหนุนเทรนด์การควบรวมกิจการในภาคธุรกิจ ส่งให้ภาพรวมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 

งานสัมมนาจัดขึ้นที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบลจ.กรุงศรีได้เชิญ Ms. Elvina Lee ตัวแทนผู้บริหารจากกองทุนรวมต่างประเทศ JPM Global Healthcare Fund ภายใต้ J.P. Morgan Asset Management พร้อมด้วยคุณเกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนทางเลือก บลจ. กรุงศรี มาร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาพรวมอุตสาหกรรม Healthcare ในช่วงที่ผ่านมา ปัจจัยที่จะส่งเสริมการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรม นโยบายการลงทุนของกองทุน การบริหารจัดการความเสี่ยง ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ตลอดจนแนวโน้มและทิศทางการเจริญเติบโตในอนาคต
คุณเกียรติศักดิ์ กล่าวว่าช่วงปี 2559 ที่ผ่านมา หุ้นในกลุ่มธุรกิจ Healthcare มีราคาลดลงถึงจุดต่ำสุดของอุตสาหกรรม โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคือ ปัจจัยทางการเมืองช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวข้องกับเรื่องของราคายา โดยเฉพาะยากลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพที่มีราคาสูงมากและเป็นประเด็นสำคัญในการหาเสียงเลือกตั้ง ทำให้ตลาดถูกกดดันจนหุ้นในอุตสาหกรรมนี้ราคาลดลง ปัจจัยดังกล่าวทำให้ราคาหุ้นกลุ่ม Healthcare โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตยาประเภทยาเคมี (Pharmaceuticals) และยาชีวภาพ (Biotechnology) ลดลงถึงจุดต่ำสุด อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งที่โดนัลด์ ทรัมป์ได้รับชัยชนะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรม เชื่อว่านโยบายใหม่นี้จะช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมพลิกฟื้นกลับมาเป็นบวกได้อีกครั้ง โดยเฉพาะนโยบายการลดภาษี ซึ่งจะส่งผลต่อกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน และการนำเงินกลับเข้าสู่ประเทศ ตลอดจนการผ่อนคลายกฏระเบียบในการอนุมัติการผลิตยากลุ่มพิเศษให้เร็วขึ้นจะทำให้บริษัทต่างๆ หันกลับเข้าไปลงทุนในประเทศเพิ่มมากขึ้น ส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมโดยรวม
ทั้งนี้ อุตสาหกรรม Healthcare แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่กลุ่ม Pharmaceuticals ผู้ผลิตยาเคมี กลุ่ม Biotechnology ผู้ผลิตยาชีวภาพและยารักษาโรคกลุ่มพิเศษชนิดต่างๆ กลุ่มผู้ให้บริการด้านสุขภาพ เช่นโรงพยาบาล และกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์ (Medical Technology) 
 
Ms. Evina Lee ผู้บริหารกองทุน JPM Global Healthcare Fund ให้ความเห็นที่สอดคล้องกันว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมาเป็นปีที่หุ้นกลุ่ม Healthcare อยู่ในภาวะตกต่ำมากที่สุด ส่งผลให้กองทุนมีผลประกอบการลดลงถึง 16% เนื่องจากกองทุนลงหุ้นในกลุ่ม Biotechnology ซึ่งมีความผันผวนมากในปีที่ผ่านมา แต่ปี 2560 นี้เชื่อว่าจะเป็นปีที่ดีของหุ้นกลุ่มนี้ ดังจะเห็นได้จากช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ที่ทรัมป์ประกาศนโยบายใหม่ ทำให้ตลาดเริ่มปรับตัวดีขึ้น จึงเชื่อว่านโยบายดังกล่าวจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโดยรวม โดยในระยะสั้นนโยบายปฏิรูปภาษีจะทำให้บริษัทต่างๆหันกลับไปลงทุนในสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น และนโยบายผ่อนคลายกฏระเบียบในการอนุมัติการผลิตยา จะทำให้มีตลาดกลุ่มยานวัตกรรมที่คิดค้นเพื่อรักษาโรคพิเศษต่างๆ มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังจะทำให้เกิดกระแสการควบรวมกิจการของบริษัทในอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้ตลาดมีการเจริญเติบโตเพิ่มมากขึ้น ส่วนในระยะยาวเนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคในอุตสาหกรรมนี้ยังคงเพิ่มขึ้น จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมมีแนวโน้มเติบโตไปอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจากปี 2560 นี้ไปจนถึงปี 2568 อัตราการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ 5.6% ต่อปี เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มีเงินสดเป็นจำนวนมาก 
จุดยืนของกลยุทธ์ Healthcare ระดับโลก
แหล่งที่มา: J.P. Morgan Asset Management, Factset. The strategy an actively managed. Holdings, sector weights, allocations and leverage, as applicable, are subject to change at the discretion of the Investment Manager without notice. Strategy characteristics are as at 31 January 2017.

Ms. Elvina Leee กล่าวว่า กลุ่มที่จะได้รับผลประโยชน์จากนโยบายด้าน Healthcare คือกลุ่ม Biotechnology เนื่องจากที่มีนวัตกรรมการคิดค้นตัวยาใหม่ๆ มากที่สุด เป็นกลุ่มที่มีการคิดค้นยารักษาโรคกลุ่มพิเศษต่างๆ เช่นยารักษาโรคอัลไซเมอร์ ยาต้านมะเร็ง ยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบ และโรคระบาดชนิดต่างๆ บริษัทเหล่านี้มีตัวยาสำคัญๆ ที่รอการอนุมัติการผลิตอยู่เป็นจำนวนมาก เชื่อว่านโนบายผ่อนปรนระเบียบกฏเกณฑ์จะส่งผลต่อการขยายตัวของตลาดยากลุ่มพิเศษเป็นอย่างมาก นอกจากนี้บริษัทที่มีนวัตกรรมยาเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลางและเล็ก และเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะถูกควบรวมกิจการโดยบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเงินลงทุนสูง ทำให้ธุรกิจเกิดการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงเป็นกลุ่มที่กองทุน JPM Global Healthcare Fund ให้น้ำหนักในการลงทุนค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มจะได้รับผลประโยชน์จากนโยบายใหม่
 
การควบรวมกิจการเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญในปี 2560

สำหรับกลยุทธ์การเลือกหุ้นเข้าลงทุนนั้น กองทุนจะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานและแนวโน้มการเติบโตของแต่ละบริษัทที่จะเข้าไปลงทุนอย่างละเอียด โดยจะพิจารณาบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเจริญเติบโตที่โดดเด่น การคัดเลือกหุ้นด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผลการดำเนินงานกองทุนพลิกกลับมามีกำไรได้เร็วขึ้นด้วย หลังจากตลาดเริ่มมีปัจจัยบวกเสริมเข้ามา 
ปัจจุบัน กองทุนยังคงให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นในกลุ่ม Biotechnonolgy เนื่องจากมองว่าเป็นกลุ่มที่จะมีการเติบโตสูง โดยมีสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ 39.1% และการให้บริการด้าน Healthcare มีสัดส่วนการลงทุนที่ 15.2% หุ้น 5 อันดับแรกที่กองทุนถืออยู่ได้แก่ Roche Holding บริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป UnitedHealth Group บริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ของสหรัฐ Bristol-Myers Squibb บริษัทยารายใหญ่ของสหรัฐที่มีนวัตกรรมรักษามะเร็ง  Gilead Sciences และ Celgene Corp บริษัทผู้ผลิตยาในกลุ่ม Biotechnology รายสำคัญของสหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเอื้ออื่นๆ ได้แก่ การกระจายการลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก และตัวบริษัทที่กองทุนหลักเข้าไปลงทุนมีอัตราการเติบโตและยอดขายที่ดี ซึ่งเชื่อว่านโยบายด้าน Healthcare ตัวใหม่นี้ จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตและการทำกำไรให้บริษัทเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง
แหล่งข้อมูล: J.P. Morgan Asset Management. The strategy is actively managed. Holdings, sector weights, allocations and leverage, as applicable, are subject to change at the discretion of the Investment Manager without notice (“M&A”) – likely to be an important catalyst in 2017

นายเกียรติศักดิ์ จากบลจ. กรุงศรีให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจัยด้านราคา เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อุตสาหกรรม Healthcare ถึงจุดที่น่าลงทุน เมื่อเทียบกับอดีตในช่วง 2-3 ปีทีผ่านมา ตลาดมี P/E ที่ค่อนข้างสูงที่ 20 เท่า แต่ปัจจุบันลดลงเหลือ 16 เท่า เป็นระดับราคาที่น่าสนใจ และเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ในตลาด หุ้นกลุ่มนี้ก็มีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูง มี upside อยู่ที่ 9% 
ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในกองทุน Healthcare บลจ.กรุงศรีที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก JPM Global Healthcare Fund ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลเฮลธ์แคร์อิควิตี้ปันผล (KF-HEALTHD) และ กรุงศรีโกลบอลเฮลธ์แคร์อิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFHCARERMF)  

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. กองทุน KF-HEALTHD และ KFHCARERMF มีนโยบายลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ JPM Global Healthcare เฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
2. กองทุนมีความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
3. กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
4. กองทุนอาจเข้าทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งอาจมีต้นทุนสาหรับการทำธุรกรรมฯ โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และในกรณีที่ไม่ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงฯ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
5. เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดย ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
6. ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนกองทุนได้ที่ 
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด 
ชั้น 1-2 โซนเอ, 12, 18 อาคารเพลินจิต เลขที่ 898 ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 
โทรศัพท์ 0 2657 5757 l โทรสาร 0 2657 5777 
E-mail: krungsriasset.mktg@krungsri.com | Website: www.krungsriasset.com
 
 

เอกสารประกอบเปิดด้วยโปรแกรม Acrobat Reader หากท่านไม่มีโปรแกรมดังกล่าว คลิกเพื่อ ดาวน์โหลด โปรแกรม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ย้อนกลับ

สมัครรับข่าวสารการลงทุนกับบลจ.กรุงศรี